วันที่ 13 มี.ค. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร. (ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผช.ผบ.ตร./ผช.ผอ.ศปชก.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.นพรัตน์ คำมาก ผกก.สายตรวจ บก.ปพ., พ.ต.ต.พงศ์ปิติ ตรีนิคม สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. จับกุมตัว นายซึง-ยอล จอง หรือ MR.SEUNGYEOL JEONG อายุ 36 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 1214/159 หมู่บ้านภัสสร เพรสทีจ รังสิต คลอง 2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากทางการเกาหลีใต้สืบสวนพบว่า นายซึง-ยอล จอง เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทย โดยทำหน้าที่เป็น “พนักงานขายทางโทรศัพท์ (Telesales)” สร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปพลิเคชัน KakaoTalk แอบอ้างตัวเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุนในหุ้นที่อ้างว่ามีโอกาสทำกำไรสูงในระยะสั้น
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังได้จัดทำเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อมากกว่า 50 ราย รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3,300 ล้านวอน หรือประมาณ 72 ล้านบาท ก่อนที่เกาหลีใต้จะออกหมายแดงของตำรวจสากล (Red Notice Interpol) เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีในประเทศต้นทาง โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ. ร่วมกับ บก.สส.สตม. สืบสวนพบว่า นายซึง-ยอล จอง เดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางด่านถาวรช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ก่อนจะย้ายที่พักอาศัยไปมาเพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม จนกระทั่งสืบทราบว่าเช่าบ้านพักอยู่ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่า ผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬา ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมประสานส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้ต่อไป

