“ณัฐพล” พรรคประชาชน ชี้แค่ควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมยังไม่พอ ต้องยกระดับการแก้ปัญหาด้านอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ปัญหาค่าโดยสารไม่เป็นธรรม, ขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง, ทุนนอมินีต่างชาติ ฯลฯ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส. เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ให้ความเห็นประเด็นที่รัฐบาลเตรียมควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โดยนายณัฐพลระบุว่าการควบรวมสองกระทรวงนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องยกระดับการแก้ปัญหาด้วย
นายณัฐพล กล่าวว่า การควบรวมสองกระทรวงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มปฏิรูปโครงสร้างการทำงานของรัฐบาล แต่ควรใช้โอกาสยกระดับการแก้ปัญหาด้วย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดของการขับเคลื่อนภายใต้การควบรวมกระทรวงใหม่ และรัฐบาลเองก็ยอมรับว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ทำการศึกษา แต่ก็มีความพยายามที่จะทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายใน 6 เดือนข้างหน้า
แม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีเจตนาที่ดีในการผลักดันวาระการท่องเที่ยว แต่หากรัฐบาลต้องการทำให้การท่องเที่ยวไทยดีขึ้นกว่านี้ รัฐบาลก็ต้องผลักดันงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งหลายงานนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
นายณัฐพล ยกตัวอย่างปัญหา อาทิ ปัญหาค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทรุดโทรม ปัญหาของระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ทั่วถึง ปัญหาการจัดการกับทุนนอมินีต่างชาติ ปัญหาการอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกประเทศของชาวต่างชาติ ปัญหาการพัฒนาเมืองรองและท้องถิ่นที่ยังมีข้อจำกัด ปัญหาของผู้ประกอบการประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ฯลฯ
ประเด็นปัญหาข้างต้นทั้งหมด ไม่ได้อยู่ในมือของกระทรวงท่องเที่ยวมาตั้งแต่ต้น กระทรวงท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่มีอำนาจในการแก้ปัญหาดังกล่าว และทำหน้าที่ได้แค่เพียงส่งเสริมการท่องเที่ยว อบรม สัมมนา โฆษณา จัดทำมาตรฐาน จัดแคมเปญ จัด Events อุดหนุนการส่งเสริมการขายและการตลาดเท่านั้น
นายณัฐพล กล่าวว่า หากเราจะทำการท่องเที่ยวไทยให้ดีขึ้นจริง ๆ การควบรวมกระทรวงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องขับเคลื่อนงานด้านอื่นผ่านกลไกต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย เช่น การทำให้ ‘คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ’ ทำงานได้จริง ผ่านการแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อไม่ให้คณะนี้เป็นเพียงแค่เสือกระดาษที่ทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง
การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเดิมและเขียนกฎหมายใหม่ขึ้นมา เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม ให้สอดรับกับความเป็นจริงในปัจจุบันมากขึ้น การเร่งรัดการออก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และ พ.ร.บ. Digital Economy หรือแม้แต่การออกกฎหมายใหม่เพื่อจัดการกับการกระทำแบบนอมินี
รวมถึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อเปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในครั้งนี้ โดยสามารถนำรายงานการศึกษาการกิโยตินกฎหมายท่องเที่ยวที่สภาชุดที่แล้วได้ทำไว้ มาพิจารณาประกอบได้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวครั้งนี้ตอบสนองแก่คนทุกกลุ่มมากที่สุด
นายณัฐพล กล่าวว่า ตนเชื่อว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ปฏิรูปการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไว้ด้วยกันเพียงเพื่อเหตุผลเดียว คือ ‘เน้นการขายหารายได้’ ก็ไม่อาจทำให้ ‘หลังบ้านของการท่องเที่ยวไทย’ ที่ผุพังดีขึ้นมาได้

