ตำรวจสายพนักงานสอบสวน เตรียมเฮ..!!! ผบ.ตร.สั่งผ่าหน้างาน สอบสวนทั่วประเทศ “ก.ตร.ไฟเขียว” เปิดตำแหน่งเลื่อนขั้นในตัวเอง 2,409 อัตรา จัดลำดับอาวุโสทั่วประเทศ ก่อนแต่งตั้งหมุนเวียนครั้งแรก มีผลเร็ว ๆ นี้

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งที่ 0009.231/538 ลงวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ใจความระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติขยับโครงสร้างสายงานสอบสวนครั้งใหญ่ หลัง คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจสายงานสอบสวนให้เป็น ตำแหน่งควบที่สามารถปรับระดับเพิ่มลดในตัวเองได้ เปิดทางเลื่อนตำแหน่งในสายงานเดียวกัน
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ครอบคลุมตำแหน่งระดับชั้นสัญญาบัตรตั้งแต่ บช.น. ภ.1–9 บช.ก. บช.ปส. และ บช.สอท.รวมทั้งสิ้น 2,409 ตำแหน่งพร้อมกำหนด หลักเกณฑ์การประเมินความรู้ ความสามารถ และเงื่อนไขการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสายงานสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบ สามารถปรับระดับตำแหน่งสูงขึ้นได้ตามคุณสมบัติ พร้อมจัดลำดับอาวุโสสอบสวนทั่วประเทศขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาลตำรวจภูธรภาค 1–9 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการ จัดทำบัญชีลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจสายงานสอบสวนทุกนาย
โดยกำหนดให้ต้องมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่สายสอบสวน ไม่น้อยกว่า 4 ปีนับถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569ก่อนประกาศให้ข้าราชการตำรวจตรวจสอบข้อมูล หากพบข้อผิดพลาดสามารถ ยื่นทบทวนภายใน 15 วัน
คำสั่งดังกล่าวยังระบุว่า ให้หมุนเวียนแต่งตั้งครั้งแรก ทั้งนี้ ก.ตร.กำหนดให้การแต่งตั้งครั้งแรกเป็นการหมุนเวียนเข้าดำรงตำแหน่งควบ ตามสัดส่วนที่กำหนดในแต่ละหน่วย หากมีผู้สมัครเกินจำนวนตำแหน่งจะใช้ หลักเกณฑ์ลำดับอาวุโสในสายงานสอบสวน เป็นตัวพิจารณา การปรับระบบครั้งนี้ ถือเป็นการ ยกเครื่องโครงสร้างสายสอบสวนครั้งใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การเติบโตในสายงานเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก.ตร.ไฟเขียวปรับโครงสร้างสายสอบสวนทั่วประเทศเพิ่มตำแหน่ง “ควบปรับระดับ” เปิดทางพนักงานสอบสวนเติบโตในสายงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งมติที่ประชุม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบให้ปรับโครงสร้างตำแหน่งข้าราชการตำรวจ สายงานสืบสวนสอบสวน โดยกำหนดตำแหน่งที่สามารถ “ควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง” เพื่อเปิดเส้นทางความก้าวหน้าให้กับพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ
ตามมติดังกล่าว กำหนดตำแหน่งควบในสายสอบสวน 2 ระดับหลัก ได้แก่ระดับ รอง สว. – รอง ผกก. ระดับ ผกก. – รอง ผบก.รวมทั้งสิ้น กว่า 2,000 ตำแหน่ง กระจายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ตำรวจภูธรภาค 1–9 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.สอท.)โดยในระดับ รอง สว. – รอง ผกก. กำหนดตำแหน่งรวม 1,756 ตำแหน่งและระดับ ผกก. – รอง ผบก. กำหนดตำแหน่งรวม 489 ตำแหน่ง
โดยยุบตำแหน่งเดิมบางส่วนการกำหนดตำแหน่งใหม่ครั้งนี้มีเงื่อนไขให้ ทยอยยุบตำแหน่งเดิม ของพนักงานสอบสวนระดับทั่วไปในสถานีตำรวจหรือกองกำกับการที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับตำแหน่งควบใหม่ โดยให้มีผลเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมพ้นจากตำแหน่ง เช่น ย้าย เลื่อนตำแหน่ง เกษียณ หรือออกจากราชการ
เพื่อเปิดทางเติบโตในสายสอบสวนนอกจากนี้ ก.ตร. ยังได้กำหนด หลักเกณฑ์การประเมินความรู้ความสามารถ สำหรับการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการตำรวจสายสอบสวน เพื่อให้สามารถเติบโตในสายงานได้จนถึงระดับผู้บังคับการตำแหน่งดังกล่าวยังมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สอบสวน เงินประจำตำแหน่งหรือค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงการคลัง เงินเพิ่มตำแหน่งพิเศษของพนักงานสอบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มมีผลทันทีหลังมติ ก.ตร. ทั้งนี้ การกำหนดตำแหน่งใหม่จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ก.ตร. มีมติอนุมัติ และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับเลขตำแหน่งและรายละเอียดทางธุรการให้ถูกต้องต่อไป มติดังกล่าวถือเป็น การปรับโครงสร้างสายงานสอบสวนครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำคดี และสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพให้กับพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในระยะยาว “คำสั่งดังกล่าว ระบุ”
สามารถคลิกอ่านคำสั่งด้านล่างนี้
https://drive.google.com/file/d/17AFxICJQvygbM_BfYlCxGvCWAbZMJZ-1/view?usp=sharing

