หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"สัปเหร่อสนม" ให้การภาคเสธ อ้างเหยื่อยินยอม ตร.เชื่อยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ เตรียมนำตัวฝากขังพรุ่งนี้-ค้านประกันตัว

“สัปเหร่อสนม” ให้การภาคเสธ อ้างเหยื่อยินยอม ตร.เชื่อยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ เตรียมนำตัวฝากขังพรุ่งนี้-ค้านประกันตัว

กรณีกองปราบปราม เข้าจับกุมตัวนายสนม ผิวบาง หรือ “สัปเหร่อสนม” อายุ 81 ปี สัปเหร่อชื่อดังจังหวัดอ่างทอง หลังหลบหนีไปจนมุมที่จ.แพร่ หลังถูกกลุ่มผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกอนาจาร ระหว่างเข้าไปทำพิธีอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้

ส่วนความคืบหน้า วันที่ 3 มี.ค. 69 พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รองผบก.ป.เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำสัปเหร่อสนมยังคงให้การภาคเสธ โดยยอมรับเฉพาะในข้อเท็จจริง คือกระทำกับผู้เสียหายจริง แต่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม แต่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหายังก็มีอาการเครียดอยู่บ้าง ซึ่งขณะจับกุมเรายังสามารถยึดมีดหมอและลูกกาเราะ ที่สัปเหร่อสนมใช้ในการทำพิธี และใช้สิ่งเหล่านี้สัมผัสละเมิดร่างกายของผู้เสียหาย รวมถึงทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว ว่าจะโดนทำร้าย จนไม่กล้าขัดขืน ส่วนเรื่องของคดีนั้นตอนนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 7 คน และก็มีการขอออกหมายจับไว้แล้ว 7 หมาย ในข้อหากระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยใช้กำลังประทุษร้าย และใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศบุคคลอื่น เป็นการกระทำต่างวาระ แต่ยังเชื่อว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่กล้าแจ้งความ จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อขอให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจพร้อมรับแจ้งความและจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหายเป็นความลับ

พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวต่อว่า กรณีพยานหลักฐาน เช่นมีดหมอและลูกกาเราะที่ตรวจยึดมาได้ หากมีการชะล้างไปแล้ว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งจะเกิด จึงไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้เสียหายได้ แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะมีคำให้การจากผู้เสียหายและพยานบุคคลจำนวนมาก โดยวันนี้จะมีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัวด้วย

พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวต่อว่า ส่วนภรรยาของสัปเหร่อสนมจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย ว่ามีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ หรือเพียงอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ในฐานะสามีภรรยา แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจก็จะดำเนินคดีทั้งหมด สำหรับร่างเด็กทารกที่นำมาประกอบพิธีและถูกฝังไว้ที่สุสานในพื้นที่ จ.อ่างทอง เชื่อว่าน่าจะมีร่างทารกจำนวนมาก เพราะก่อตั้งสำนักมานาน 46 ปีแล้ว ทางกองปราบจะประสานตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นผู้ดำเนินการ และหากพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เห็นว่าพยานหลักฐานใดเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีลวนลามนักข่าวช่องดัง ที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.วิเศษชัยชาญอีก 1 คดี ทาง บก.ป.ก็จะส่งพยานหลักฐานต่าง ๆ ไปให้ดำเนินการต่อด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img