นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ระบุผ่านเพจเฟซบุ๊ก Aekinvestment by เอกพิทยา ถึงผลกระทบภาวะต่อทองคำและหุ้นไทย จากการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ว่า สถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าการสู้รบจะยุติลงเมื่อไหร่ แต่ตอบได้แน่นอนว่าจะไม่เป็นสงครามระยะสั้นเหมือนเวเนซุเอลา โดยสาเหตุต้องย้อนกลับไปที่อิหร่าน แม้จะเป็นประเทศที่หลายคนอาจจะไม่ชอบผู้นำ แต่อิหร่านยังไม่ถึงขนาดเวเนซุเอลา ประชาชนส่วนใหญ่ยังชื่นชอบผู้นำอยู่ และบุคคลในอิหร่านแบ่งเป็น 2-3 กลุ่ม ฝ่ายอนุรักษ์นิยมยังมีบทบาทสูงมาก ส่วนสหรัฐฯ และอิสราเอล ก็มีความชัดเจน ซึ่งสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แน่นอนจะเห็นการโจมตีของอิสราเอลไปที่อิหร่านในหลายจุด หลายเมือง และอ้างว่า มีการสังหารผู้นำในระดับสูงของอิหร่านได้ ตามที่สหรัฐฯ ออกมาให้ข่าว แต่ทางอิหร่าน หากดูเป้าหมายในการโจมตีจะมุ่งเป้าไปยังที่อยู่ของทหาร หากดูในแผนที่ปรากฏว่าบริเวณแถบอิหร่าน หลายประเทศมีกองกำลังสหรัฐฯ อยู่ แปลว่าสงครามคราวนี้จะไม่ใช่แค่สหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน แต่จะลามไปถึงประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในละแวกนั้นด้วย ฟันธงว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เหมือนเวเนซุเอลา
ขณะที่ผลกระทบต่อทองคำในเรื่องของการลงทุน ซึ่งราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการปรับตัว Gold Spot (ราคาทองคำมาตรฐานสากลที่มีการซื้อขายและส่งมอบกันทันทีในตลาดโลก) ซึ่งเป็นสัญญาณซื้อทางเทคนิคอยู่แล้ว จากประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ 5,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งคาดการณ์กันว่าน่าจะเห็นแนวระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นอย่างน้อยหรืออาจจะมากกว่านั้น เพราะหากสูงกว่า 5,500 ถึง 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเป็นราคาทองคำทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) หมายความว่าราคาทองคำในไทยน่าจะไปที่เพดานบาทละ 80,000 บาท อีกครั้ง ซึ่งล่าสุดสมาคมค้าทองคำประกาศไม่ให้มีการซื้อขายทองคำแท่งแล้ว เพราะกลัวตลาดจะผันผวน ส่วนที่หลายคนบอกว่าซื้อไปเลย ราคาจะขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้น ไม่แน่นอน เพราะเวลาสงครามยุติ ทุกอย่างจะตรงกันข้าม
ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้น แม้จะมีการปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด และดันค่า P/E พุ่งไปถึง 17 เท่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหากนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ขึ้นมาเกือบ 500 จุด ส่วนปีนี้ รอบเดือนกว่า ๆ ขึ้นมา 200 กว่าจุด แปลว่าถ้านับระยะสั้นขึ้นมากว่า 20% ถ้านับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว เพิ่มมาเกือบ 50% ถึงเวลาแล้ว อาจมีการตรวจสอบกำไรหุ้น (Profit Checking) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเกิดภาวะความตึงเครียดเรื่องสงคราม หุ้นเกี่ยวกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเครือ ปตท. ไทยออยล์ และอีกหลายตัว อาจจะมีผลกระทบในด้านบวก แต่ในภาพรวมจะมีผลกระทบอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่ม Tech ที่ต่างประเทศ เช่น Nvidia มีการปรับตัวลงมา 2 วัน วันละ 5% ซึ่งตอนนั้นยังไม่ทราบข่าวเรื่องสงครามอีกด้วย ส่วนประเทศไทย แม้ DELTA นำตลาดหุ้นขึ้นในรอบนี้ แต่ตลาดรวมน่าจะลงแรง ดังนั้น ผู้ที่จะลงทุนทองคำและหุ้นต้องสังเกตให้ดี

