หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมสาวโวย! แม่หมอชื่อดังหลอกทำพิธีเรียกสามี เก็บค่าครู 5 พันบาท อ้างไม่เกิน 1 อาทิตย์ ได้ผล แต่สุดท้ายไร้วี่แวว

สาวโวย! แม่หมอชื่อดังหลอกทำพิธีเรียกสามี เก็บค่าครู 5 พันบาท อ้างไม่เกิน 1 อาทิตย์ ได้ผล แต่สุดท้ายไร้วี่แวว

นางสาวรุ่งนภา ผู้เสียหาย เล่าว่า ตัวเองถูก “แม่หมอแก้ว” หลอก โดยเรื่องเกิดจากตนเองได้คบหากับแฟนหนุ่ม อายุ 28 ปี ตั้งแต่ปี 2568 หลังคบได้ 2 ปี วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569ที่ผ่านมาตนเองได้มีปัญหาทะเลาะกับแฟนหนุ่ม จึงแยกทางกัน และเป็นช่วงเดียวกันกับที่ตัวเองมีมรสุมชีวิต ทั้งตกงาน และเลิกกับแฟนหนุ่ม ทะเลาะกับที่บ้านจึงอยากหาที่พึ่งทางใจ โดยตัวเองเป็นคนที่ชอบดูดวง ก่อนจะมาเจอกับหมอดูคนดังกล่าวผ่านโซเชียล ก่อนจะไปเจอกับแม่หมอคนนึงผ่านทาง TikTok

เมื่อเข้าไปตรวจสอบโปรไฟล์ก็เห็นมีคนมาแสดงความคิดเห็นดูดวงแม่น จากนั้นพบว่ามีบุคคลที่แสดงความคิดเห็นในช่องทาง TikTok ของหมอดูชื่อว่า “น้องตาล” เธอจึงได้มีการทักไปพูดคุยกับน้ำตาลว่าหมอดูคนนี้ดูแม่นจริงหรือไม่ซึ่งน้องตาลยืนยันว่าหมอดูคนนี้ดูดวงแม่น เพราะได้ผลมาแล้วและรับแก้ของ น้องตาลบอกว่าแฟนตัวเองกลับมาภายใน 7 วัน หลังทำพิธีกับแม่หมอแก้ว ก่อนที่น้องตาลจะให้เบอร์โทรศัพท์แม่หมอมา เธอจึงตัดสินใจโทรไปทันที เพราะตอนนั้นต้องการให้แฟนกลับมาหาและเชื่อว่าที่ชีวิตแย่แบบนี้เป็น เพราะว่าดวงไม่ดี พอโทรไปหาแม่หมอแก้วได้ขอวันเดือนปีเกิดของตนเอง

หลังจากนั้นแม่หมอ บอกให้ตนเองแอดไลน์บอกว่ามีอะไรให้ดู หลังจากแอดไลน์ได้มีการพูดคุยกัน โดยแม่หมอแก้วได้ส่งรูปขันน้ำมนต์ที่หยดเทียนสีขาว และสีดำลงไปในขันมาให้ พร้อมอ้างว่าแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปถูกทำคุณใส่ใส่จะต้องทำพิธีกรรมตัดของ ชื่อพิธีกรรมว่า “เรียกจิตคนรัก”

แม่หมอแก้ว บอกว่า ถ้าหากทำพิธีนี้แฟนหนุ่มจะกลับมาภายใน 7 วัน แต่การจะทำพิธีจะมีค่าใช้จ่าย คือค่าตัดของ 1,800 บาท ค่าเรียกจิตคนรัก 3,800 บาท โดยแม่หมอแก้วพยายามให้ผู้เสียหายต้องรีบโอนเงินทันที เพราะในวันที่พูดคุยกันเป็นวันที่ฤกษ์ดีที่สุดในการทำพิธี แต่ตนเองได้บอกกับแม่หมอแก้วว่ามีเงินติดตัวเพียงแค่ 3,000 บาท ซึ่งแม่หมอแก้วบอกว่าไม่เป็นไรโอนมาแค่ 3,000 บาท ก็ได้ เดี๋ยวทำพิธีให้ เธอจึงตัดสินใจโอนเงินจำนวน 3000 บาทไป เพราะต้องการทำพิธีให้เร็วที่สุดซึ่งหลังจากนั้นแม่หมอบอกว่าเดี๋ยวจะทำพิธีให้แต่ตนเองไม่เคยรู้ว่าทำพิธีอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยวิดีโอคอล หรือเจอหน้าหมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำพิธีผ่านแชทสนทนาเท่านั้น และเขาไม่เคยส่งรูปหรือคลิปวิดีโอการทำพิธีมาให้ดู

หลังจากทำพิธีเสร็จอีก 1 วัน ผู้เสียหายได้ทักไปหาแม่หมอแก้ว แต่แม่หมอแก้วอ้างว่ายังต้องทำพิธีเพิ่ม และมีค่าคว่ำขันครูอีก 2,000 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 300 บาท ผู้เสียหายตัดสินใจรีบโอนเงินไปเพิ่ม เพราะเชื่อว่าชีวิตต้องดีขึ้น แม่หมอยังอ้างอีกว่าหลังจากนี้แฟนจะติดต่อมาภายใน 1 วัน

นอกจากนี้ แม่หมอแก้ว ยังอ้างว่าเงินจำนวน 2000 ที่เป็นค่าคว่ำขันครูจะโอนเงินคืนให้ภายหลัง แต่จนกระทั่งตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 วันก็ยังไม่โอนเงินคืนอ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกคุยหลังจากนั้นครบ 7 วันแฟนหนุ่มก็ไม่กลับมาหา และยังไม่ปลดบล็อคเฟซบุ๊ก และไลน์ จึงพยายามทักไปหาแม่หมอแก้วว่าพิธีไม่ได้ผล แต่แม่หมอแก้วเอาแต่อ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกพูดคุยตอบช้า พยายามโทรศัพท์เพื่อขอเงินคืนหลายครั้งทำให้แม่หมอแก้วมาไม่พอใจ และด่าทอตนเอง ซึ่งตัวเธอเอาเงินที่เป็นเงินเก็บทั้งหมดไปใช้ทำพิธีหมดแล้วตอนนี้ไม่มีเงินเหลือติดตัวต้องกินข้าวคลุกกับน้ำปลาผู้เสียหายได้ส่งรูปเพื่อตัวเองกินข้าวคลุกกับน้ำปลาไปให้แม่หมอแก้วดู แต่เขาไม่สนใจ และไม่โอนเงินคืนนอกจากนี้ แม่หมอแก้วยังท้าทายให้ผู้เสียหายไปแจ้งความอ้างว่าตัวเองก็มีลูกศิษย์เป็นตำรวจเยอะ และตัวผู้เสียหายคาดว่าน้องตาลที่มีการแนะนำให้รู้จักกับแม่หมอแก้วอาจจะเป็นนกต่อให้กับแม่หมอแก้ว เพราะตั้งข้อสังเกตว่ามีเส้นเสียงที่คล้ายกัน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่

ซึ่งพอรู้ว่าตัวเองถูกหลอกจึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนกับเพจ สายไหมต้องรอด เนื่องจากไม่มีเงินเหลือติดตัวแล้ว ตอนติดต่อมาหานายเอกภพก็ไม่มีเงิน จนนายเอกภพต้องออกค่ารถให้จำนวน 2,000 บาท เพื่อเดินทางมาจากจังหวัดระยองในครั้งนี้

ทั้งนี้ ผู้เสียหาย ยังได้ฝากว่าอย่าไปหลงเชื่อเพจหมอดูหรือพวกที่ขายวัตถุนิยม อยากให้เรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่หลงเชื่อและยังงมงายให้ฟังหูไว้หู เพราะมันทำให้ฉันเสียใจและเสียความรู้สึกสูญเสียหลายอย่าง พร้อมฝากถึงแฟนหนุ่มว่า “ไม่ต้องกลับมาแล้ว เพราะรู้ว่ามีแฟนใหม่แล้ว หนังสือเล่มเดิม ยังไงก็จบเหมือนเดิม” ตอนนี้ไม่อยากได้แฟนกลับมาแต่อยากจะได้เงินคืนมามากกว่า

ด้านนายเอกภพ ระบุว่า หลังจากนี้จะประสานไปที่ สภ. เมืองระยอง ให้ผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความ เพราะพฤติการณ์แบบนี้เข้าข่ายการฉ้อโกง และเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายที่กำลังเสียใจจึงอยากฝากเตือนประชาชนว่าในยุคนี้มีมิจฉาชีพในหลายรูปแบบจึงอยากให้ระวัง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img