
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนไทยหลังหนึ่ง ภายในซอยเรือนไทย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจาก
พี่อ้อ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน ระบุว่าบ้านที่ปล่อยให้เช่าถูกปล่อยทิ้งรกร้าง มีขยะกองเต็มภายใน ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด สภาพบ้านเสียหายอย่างหนักพี่อ้อ เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวนี้ตนตัดสินใจปล่อยเช่าครั้งแรก โดยเริ่มสังเกตความผิดปกติตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผู้เช่าเริ่มไม่จ่ายค่าเช่าบ้าน ซึ่งตนไม่เคยเข้าไปยุ่งหรือรบกวนมาก่อน เพราะผู้เช่าอาศัยอยู่มาหลายปี โดยผู้เช่าแจ้งตั้งแต่แรกว่าจะมาอยู่กับพ่อ 2 คน เดิมทีบ้านหลังนี้ตนตั้งใจเก็บไว้ใช้จัดงานแต่งงาน แต่มีคนแนะนำให้ปล่อยเช่า จึงตัดสินใจปล่อยให้เช่า ผู้เช่าในช่วงแรกขับรถเก๋งมาและอ้างว่าเป็นผู้บริหาร พร้อมขอเลี้ยงสุนัข 1 ตัว
ต่อมาผู้เช่าเริ่มไม่ค่อยรับสาย และค้างค่าเช่าประมาณ 2-3 เดือน บางครั้งทยอยจ่ายเพียง 5,000-7,000 บาท ซึ่งตนก็พยายามเข้าใจ เนื่องจากทราบภายหลังว่าผู้เช่าบางรายถูกดำเนินคดีลักทรัพย์นายจ้าง ตนเคยขอเข้าไปดูสภาพบ้าน แต่ในตอนแรกผู้เช่าไม่ยินยอม อ้างว่าจะไปแจ้งความ ตนจึงขอความอนุเคราะห์เพื่อเข้าไปตรวจสอบบ้าน
เมื่อได้เข้าไปดูภายในบ้าน ทำให้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนรักบ้านหลังนี้มาก พบว่าสภาพบ้านเสียหายหนัก โดยเฉพาะชั้นบนมีความเละเทะ มีน้ำรั่วซึม และพบการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ทั้งนกและเต่า ผู้เช่าแจ้งว่าจะทยอยขายของเก่าออก หากมีเงินแล้วจะย้ายออก พร้อมขอร้องว่าหากต้องการให้ออกก็ขอให้นำเงินมาให้ เนื่องจากไม่มีที่ไป ทำให้ตนรู้สึกสงสาร แต่ก็สงสารบ้านมากกว่า
พี่อ้อ กล่าวอีกว่า เดิมตั้งใจจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้เป็นเรือนหอ และภายหลังวางแผนจะใช้เป็นออฟฟิศทำงาน แต่เมื่อปล่อยเช่าแล้วกลับเจอปัญหาดังกล่าว ผู้เช่าอ้างว่าของเก่าภายในบ้านเป็นของสะสมมาหลายปี ขณะนี้ตนไม่สามารถใช้บ้านทำงานได้ และคงต้องรีโนเวทบ้านใหม่ทั้งหมด
ด้าน นายบาง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี ผู้เช่าบ้าน เปิดเผยว่า ค่าเช่าบ้านที่ผ่านมา ลูกสาวของตนเป็นคนทำงานบริษัทและนำเงินเดือนมาจ่ายค่าเช่าให้ทุกเดือน แต่ต่อมาลูกสาวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไป จึงไม่มีคนจ่ายค่าเช่า รวมถึงค่าน้ำและค่าไฟ ก่อนหน้านี้ตนเคยจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปแล้วกว่า 30,000 บาท และค่านายหน้าอีก 5,000 บาท หลังจากนั้นจึงมีการค้างค่าเช่า 2 เดือน เดือนละ 14,000 บาท
นายบาง กล่าวว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่กันทั้งหมด 4 คน คือ ลูกสาว 2 คน ลูกเขย และลูกชายของตน โดยลูกสาวถูกจับไป 1 คน ที่เหลือทำงานรับจ้างทั่วไป ของเก่าที่อยู่ในบ้านเป็นของที่ใช้กันภายในบ้าน เสียดายของจึงเก็บไว้ เจ้าของบ้านแจ้งให้ย้ายออกภายใน 15 วัน และให้ขนของออกให้หมด หลังจากนี้ตนยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ใด แต่ลูกเขยและลูกชายจะพยายามพาไปหาที่อยู่ใหม่ ตนมีลูกทั้งหมด 3 คน และได้หย่ากับภรรยาแล้ว
นายบาง กล่าวต่อว่า ตนเลี้ยงสัตว์ไว้หลายชนิด ทั้งนก สุนัข และเต่า โดยเฉพาะเต่าที่เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็ก เพื่อนให้มาเมื่อหลายปีก่อน รู้สึกรักและเสียดาย เลี้ยงมานานประมาณ 5-6 ปี ยืนยันว่าจะนำเต่าไปด้วยเมื่อย้ายออก แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปไว้ที่ใด ปกติจะให้อาหารอย่างดี ทั้งผักบุ้ง ข้าวสุก และเนื้อไก่ พร้อมดูแลอาบน้ำให้เช้า-เย็น นอกจากนี้ ตนมีลูกชายสองคนไม่ได้ทำงานมากว่า 2 เดือนแล้ว ใช้วิธีนำของเก่าไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายประทังชีวิตในแต่ละวัน

