20 ม.ค. 69 – “คริส-ต๋อง” 2 ลูกน้องข้างกาย “รองฯ โจ๊ก” ขอความเป็นธรรม ดอดให้การ พงส.กองปราบ เคยถูกนายทำร้ายร่างกาย–กดดันจิตใจยาวนาน

สองนายตำรวจ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องราวความเจ็บปวดที่เก็บงำมานาน เข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อขอให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังอ้างว่าถูกกระทำรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง
เวลา 15.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ผู้เสียหายให้การว่า ในช่วงที่ยังปฏิบัติหน้าที่ติดตามใกล้ชิดอดีตผู้บังคับบัญชา มักถูกทำร้ายร่างกายและใช้ถ้อยคำด่าทออย่างรุนแรง หากการทำงานไม่เป็นที่พอใจ โดยเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานที่ส่วนตัวและสถานที่ทำงานหลายแห่ง ทั้งโรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ บ้านพักย่านวิภาวดี บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี รวมถึงสำนักงานรัชดาวัน


ในส่วนของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ระบุว่า เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ถูกใช้มือตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงหลายครั้ง ต่อมามีอาการปวดหูและปวดศีรษะอย่างหนัก จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และแพทย์วินิจฉัยว่าแก้วหูซ้ายทะลุ ฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง
ขณะที่ พ.ต.อ.อาริศ ให้การว่า ตนต้องเผชิญการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและการดูหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างต่อเนื่อง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นด่าทอบุพการี อีกทั้งยังถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด พร้อมถูกข่มขู่ซ้ำ ๆ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
พ.ต.อ.อาริศ ระบุว่า แรงกดดันและความหวาดกลัวที่สะสมมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง จนนอนไม่หลับและต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ เพื่อเยียวยาอาการทางจิตใจที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ยังรายงานอีกว่า กรณีดังกล่าวทำให้สังคมหันมาจับตาอีกด้านหนึ่งของอำนาจในองค์กรตำรวจ และตั้งคำถามถึงระบบการคุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางความคาดหวังว่า กระบวนการยุติธรรมจะสามารถคลี่คลายข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา

