หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผบช. ภ.7" วางมาตราการเข้ม สั่ง! ตั้งด่านสกัด คัดกรอง ผู้ต้องสงสัย เดินทาง หวังป่วนประชุมเอปค

“ผบช. ภ.7” วางมาตราการเข้ม สั่ง! ตั้งด่านสกัด คัดกรอง ผู้ต้องสงสัย เดินทาง หวังป่วนประชุมเอปค

กำชับทุกหน่วยต้องจัดกำลัง พร้อมให้ซักซ้อมแผน ออกปภิบัติหน้าที่ได้ทันทีหากมีเหตุ

วันที่ 16 พ.ย. 65 ที่ห้องประชุม ศปก.ภ.7 ชั้น 4 อาคารตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เป็นประธาน “ประชุม ศปก.ภ.7 ครั้งที่ 26/2565” ด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.7 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า โดยได้ประชุมในเรื่องให้หน่วยต่าง บช.ในพื้นที่ ภ.7 รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ (บก.ส.1)ให้ ฝอ.1 บก.อก.ภ.7 สรุปเรื่องร้องเรียนและเรื่องวินัยคงค้างทั้งหมด ให้ ฝอ.2 บก.อก.ภ.7, สรุปสถิติคดีอาญา 4 กลุ่ม-รายงานคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ หรือคดีที่น่าสนใจ, สรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคง, ความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง, การชุมนุมเรียกร้องในพื้นที่, ให้ ศอ.ปส.ภ.7, รายงานผลการปฏิบัติงานของ ศอ.ปส.ภ.7 และ ฝอ.3 บก.อก.ภ.7, ภารกิจถวายความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่เข้ามาในพื้นที่, รายงานผลการตรวจสถานีตำรวจของผู้บังคับบัญชาใน ภ.จว., รายงานข้อมูลสำคัญเกี่ยวกัสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ ภ.7, รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565

ทั้งยังกำชับให้ ฝอ.4 บก.อก.ภ.7, รายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณของกองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา, ผลการดำเนินการงบประมาณรายจ่ายลงทุน ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564-2565 และฝอ.5 บก.อก.ภ.7, ข่าวสารทางสื่อ และปฏิบัติการข่าวสาร (IO), โครงการ โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง พร้อมทั้งให้ฝอ.6 บก.อก.ภ.7, การรายงานข้อมูลที่มีผลกระทบทางสื่อสังคมออนไลน์, การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191, รายงานการแจ้งเบาะแส, ร้องเรียน และบก.สส.ภ.7, คดีอุกฉกรรจ์ฯ ที่ยังจับกุมไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 – ปัจจุบัน, การบันทึกข้อมูลในระบบ CRIMES, คดีที่ยังไม่จำหน่ายออกจากระบบ CRIMES, สถิติข้อมูลหมายจับ CCOC, สรุปผลการออกหมายจับผู้ต้องหา (หมายจับที่ออกใหม่,มีคุณภาพ,ไม่มีคุณภาพ), สรุปผลการเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเฉพาะหมายที่มีคุณภาพ (ร้อยละ 5), ผลการปฏิบัติของ บก.สส.ภ.7 และ กก.สส.ภ.จว., รายงานผลการตรวจ DNA

ได้สั่งการให้ ศปอส.ภ.7, รายงานผลการปฏิบัติงานของ ศปอส.ภ.7 ,บก.กค.ภ.7, สถิติสำนวนคดีอาญา ตาม ป.วิอาญามาตรา 145 และ มาตรา 145/1, ศปจร.ภ.7, การโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์, ศปชก.ภ.7, ผลการจับกุมแรงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ในขณะเดียวกันได้กำชับข้อสั่งการ ให้เตรียมพร้อมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ห้วงวันที่ 14 – 19 พ.ย.65 ( APEC 2022 THAILAND)เพิ่มความเข้ม ตรวจสอบ ติดตามด้านการข่าวและสืบสวน การติดตามตัวบุคคลที่อาจส่งผลกระทบการประชุมเอเปค สนับสนุนข้อมูลผู้ปฏิบัติด้านการข่าวและการสืบสวน โดยเฉพาะ แหล่งพักพิง แหล่งพักคอยที่ต้องตรวจเข้ม เน้นด้านการข่าว CCOC และ IPB พื้นที่ กวดขันความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ การตั้งจุดตรวจ การรักษาความปลอดภัยเส้นทางขบวน จุดสูงข่ม Drone และ AntiDrone ทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ ระวังเหตุร้ายพื้นที่ ชั้นกลาง ชั้นนอก และ Soft Target ตลอดจนให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ป้องกันตลอดตามแนวชายแดน และช่องทางธรรมชาติ

เตรียมความพร้อมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในภารกิจ APEC 2022 ให้เตรียมความพร้อม และตรวจสอบกำลังให้พร้อมปฏิบัติ เมื่อมีการเรียกกำลังเสริม -กำหนดหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้ควบคุมให้ชัดเจน ถ่ายทอด ชี้แจง ทำความเข้าใจในภารกิจทุกนาย กำชับการตรวจสอบการปฏิบัติ ซักซ้อมแผนการปฏิบัติงานของทุกด้านตามแผนฯ

วันที่ 16 – 20 พ.ย.65 เป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย อยู่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อรองรับภารกิจ APEC 2022 และภารกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติหน้าที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ระมัดระวังตนเองและผู้เกี่ยวข้องจากเชื้อไวรัส COVID19 ให้ตั้งด่านความมั่นคง ตรวจ และสกัดกั้น สกัดจับ ผู้ที่จะมาก่อเหตุ ซึ่งอาจเดินทางขึ้นมาจากเส้นทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำหนดตั้งด่านความมั่งคง จำนวน 2 จุด ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือ ด่านสามร้อยยอด และด่านห้วยยาง ให้ ภ.จว.ประจวบฯ ออกแผนปฏิบัติการตั้งด่านตรวจความมั่นคง และแผนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประกอบแผนการตั้งด่านความมั่นคง โดยให้ดำเนินการตั้งด่านความมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติภารกิจ โดยจัดกำลังเข้าปฏิบัติเป็นผลัดตามวงรอบกำหนดเวลาการปฏิบัติให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยให้ มี รอง ผกก.ป เป็นหัวหน้าด่านความมั่นคง (หากไม่เพียงพอให้ใช้ รอง ผกก.สส. มาร่วมเป็นหัวหน้าด่านความมั่นคง) รูปแบบการตั้งด่านความมั่นคงให้ตั้งตามมาตรฐานที่ ตร. กำหนด มี ชุดล่วงหน้า มีชุดเรียกตรวจ มีชุดตรวจค้น มีชุดซักถามตรวจสอบข้อมูล มีการถ่ายรูปทำประวัติ มีชุดคุ้มครอง (COVER) และมีชุดติดตามคนร้าย เป็นต้น

ให้มีอุปกรณ์ในด่านความมั่นคงให้ครบถ้วน เช่น CCTV , License Plate , Smart card reader , Face recognition ร่วมถึง อุปกรณ์ในการตั้งด่านอื่น ๆ เช่น stop stick เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่ทุกนาย ต้องทราบ หัวข้อหลักในการสังเกต คัดกรอง ตรวจสอบ บุคคลที่ผ่านด่านความมั่นคง เช่น ตรวจสอบหมายจับผ่าน Smart card reader , ตรวจสอบใบหน้า , ทะเบียน สี ยี่ห้อ และจุดสังเกตุอื่น ๆ ตามข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายสืบสวน -ด่านความมั่นคง ต้องพิจารณาคัดกรอง ผู้ผ่านด่านความมั่นคง แม้ไม่มีข้อมูลต้องตรงกับข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นบุคคลเฝ้าระวังต้องสงสัย หรือมีหมายจับ แต่หากมีข้อพิจารณา เช่นมีพิรุธ พูดสำเนียงยาวี ต้องถ่ายภาพบุคคลหน้าตรง ถ่ายภาพยานพหนะ จัดทำการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้

การตั้งจุดตรวจจุดสกัด จุดก้าวสกัดจับให้กำหนดการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ในเส้นทางที่วิเคราะห์แล้วว่าอาจเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการเข้าไปก่อเหตุ หรือหลบหนี-การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้ประสานการปฏิบัติระหว่าง หน่วยในแต่ละ พื้นที่ ให้ตั้งในรูปแบบโครงข่ายใยแมงมุม ไม่ทับซ้อน กัน และมีช่องทางประสานการปฏิบัติระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว-การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ให้เป็นเช่นเดียวกับ การตั้งด่านความมั่นคง เช่น ทราบจุดประสงค์ ทราบหน้าที่ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด มีหลักในการสังเกตบุคคลต้องสงสัย หากพบต้องมีการบันทึกภาพคน ยานพาหนะ จัดเก็บข้อมูล และแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที-หากมีเหตุ และมีการแจ้งเหตุก้าวสกัดจับ ต้องมีการตั้งจุดก้าวสกัดจับปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทันท่วงที-ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาด้านความมั่นคงประเทศ เป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องช่วยกันปราบปราม โดยแนวทางการทำงานที่ผ่านมา ทุกมิติให้ดำเนินการต่อไป แต่จะต้องดำเนินการแบบเข้มข้น ทั้งในมิติการค้นหาผู้เสพไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดหรือดำเนินคดีก็ตาม การดำเนินการกับผู้จำหน่าย ชุมชนยั่งยืน การค้นหาและการเยี่ยมเยียนชุมชนให้รู้จักสถานการณ์ในพื้นที่จริงในภาพรวมของแต่และพื้นที่

ทั้งสั่งการให้ ผบก. ,หน.สภ. ต้องขับเคลื่อนด้วยตนเองการค้นหาผู้เสพ ต้องดำเนินการแบบครูแม่ไก่ แนะนำสายตรวจ หมู่บ้าน ตำบล หรือ ชมส. หน.หน่วย ต้องเป็นตัวขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่าย ท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน อสม. สาธารณสุข หรือแนวร่วมอื่นๆ ช่วยกันในการค้นหาเอามาลงระบบ เพื่อทราบว่าอันไหนเป็นปัญหา สีเขียว สีเหลือง สีแดง เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหาร่วมกับครอบครัวของบุคคลนั้นด้วย-นอกจากชุมชนแล้ว ต้องดูในสถานบริการ สถานประกอบการต่าง ๆ ให้ทำทุกมิติในพื้นที่ตัวเอง-ชุมชนยั่งยืน หลายหน่วยยังดำเนินการไม่ได้มาตรฐาน แสดงถึงความไม่เอาใจใส่ของ ผบก. / รอง ผบก. และ หน.สภ. บาง สภ. ค้นหาผู้เสพไม่ได้เลย ภายใน 1 เดือน (ภายในเดือนตุลาคม 2565) ทุกพื้นที่ต้องค้นหาข้อมูลผู้เสพที่มีลักษณะสีแดง แต่ถ้าทำได้ทุกอย่างเลยก็สามารถดำเนินการได้เลยยิ่งเป็นการดี หน.หน่วย จะได้วางแผนได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรร่วมกับครอบครัว และชุมชน เพื่อจะวางแผนระงับเหตุ ในการแก้ปัญหาไม่ให้คลุ้มคลั่ง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ห้ามมีการพัวพันกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด ชุมชนยั่งยืน ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ให้หมู่บ้านเป้าหมายเป็นสีแดง หมู่บ้านใกล้เคียงเป็นสีขาว โดยประสานกับ นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และให้นำประมวลกฎหมายยาเสพติดมาใช้ให้มีประสิทธิภาพ-เน้นการลงระบบซักถาม ให้ประสานกับอัยการพื้นที่ เกี่ยวกับการลงระบบการซักถามซึ่งอาจใช้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้จำหน่ายได้ กำชับเน้นย้ำนโยบายในเรื่องการปราบปราม การค้ามนุษย์ , แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง , ผู้มีอิทธิพล , มือปืนรับจ้าง , การค้าประเวณี , การทำประมงผิดกฎหมาย , เงินกู้นอกระบบ , ยาเสพติด , เด็กแว้น , นักเรียนยกพวกตีกัน , การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา , การเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย , บ่อนการพนัน , การพนันออนไลน์ , การแก้ไขปัญหาจราจร และกระทำผิดบนโลกโซเชียล Fake New (ข่าวปลอม) ต่างๆ “ผบช.ภ.7 กล่าว”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img