วันที่ 13 พ.ย. 65 เวลา 14.00 น.ที่ สภ.กระทุ่มแบน ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 แถลงว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในสังกัด ภ.7 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่ (1.) นายสรัลหรือต้น ใส่น้อย อายุ 25 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1) โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, (2.) นางสาวนัยนาหรือหนิง รอดสิน อายุ 40 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายพร้อมด้วยของกลางในคดี ได้แก่ (1.) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 1,593,020 เม็ด, ( 2.)โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo สีทอง จำนวน 3 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับผู้ให้ข่าว แจ้งว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดของเครือข่ายของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ซึ่งซุกช่อนไว้ในห้องเช่า ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้เฝ้าสังเกตุการอย่างต่อเนื่องต่อเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 65 เวลาประมาณ 06.00 น. ชุดสืบสวนฯ ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่ห้องเช่าดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนายสรัล หรือต้นฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 20 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาของนายสรัล หรือต้นฯ (ผู้ต้องหาที่ 1)
จากนั้นจึงทำการตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าวยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อยู่ในกระสอบ 3 กระสอบ รวมยาข้า 796 มัด มัดละ 2,000 เม็ด และอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน มีที่รูดปิด-เปิด ด้านบนแบบถุงยาอีก ถุงละ 600 เม็ด จำนวน 5 ถุง (เม็ด) รวมยาบ้าจำนวนทั้งสิ้น1,593,020 เม็ด สอบถามนายสรัล หรือ ต้นฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ให้การว่ายาข้าที่ตรวจพบภายในห้องพักนั้น น.ส.นัยนา หรือหนิงฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) เป็นผู้ว่าจ้างให้ตนเฝ้า โดยตกลงค่าจ้างกันวันละ 1,000 บาท จากนั้น นายสรัล หรือต้นฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปที่หน้าห้องเช่า ต.คลองมะเดือ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พบ น.ส.นัยนา หรือหนิงฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) จึงจับกุมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางนำส่ง พงส.สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีให้รอบคอบ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิดและขยายผลจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้จนถึงที่สุด ตามคติที่ว่า “คนดีต้องอยู่เย็นเป็นสุข คนร้ายต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์”
ในขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน และกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ได้ฝากถึงประชาชนว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และขอชมเชยเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป “ผบช.ภ.7 กล่าว”