หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบลูกเรือประมง ตกเรือทุกลำ หลังพบว่า สถิติการรับแจ้งพุ่งพรวด

“พล.ต.ท.สุรเชษฐ์” นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบลูกเรือประมง ตกเรือทุกลำ หลังพบว่า สถิติการรับแจ้งพุ่งพรวด

วันที่ 4 เมษายน 2565 ที่ จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่ลูกเรือประมง ซึ่งมีการแจ้งสูญหายระหว่างการทำประมง เจ้าตัวเผย ตกเรือเพราะประมาทไม่มีการทารุณกรรม ระหว่างการทำประมง โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีแรงงานตกเรือกว่า 200 ราย โดย 1 ใน 3 เสียชีวิต แต่ไม่ใช่จากการทารุณกรรม วันนี้ตนลงพื้นที่ สะพานปลาวราสินธิ์ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกับกลุ่ม เอ็นจีโอ และนักสิทธิมนุษยชน เพื่อสอบสวน นาย ออง ซอ วิน ลูกเรือประมงเรือ เก่งเจริญชัย 1 ซึ่งถูกแจ้งว่า ตกน้ำสูญหายระหว่างการทำประมงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดพบตัวแล้ว ซึ่งเจ้าตัวได้ไปสมัครงานเป็นลูกเรือของเรือประมงสหชัย 6 เป็นของนายจ้างอีกรายแทน

ทั้งนี้ นาย ออง ซอ วิน ลูกเรือประมง ยืนยันว่า สาเหตุที่ตกเรือไม่ใช่การถูกทำร้ายร่างกาย หรือการทารุณกรรม ระหว่างการทำประมง แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุและความประมาท เนื่องจากไปทำธุระท้ายเรือ จนทำให้ตกน้ำ แต่เคราะห์ดีมีเรือที่อยู่ใกล้กันสามารถช่วยเหลือมาได้

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การสืบสวนจนพบลูกเรือที่สูญหายโดยไม่ได้ถูกทำร้ายหรือทารุณกรรม เป็นเครื่องยืนยันว่า การทำการประมงในประเทศไทยปัจจุบันไม่ได้มีการทำผิดเงื่อนไขหรือทารุณกรรมแรงงานเกิดขึ้น หลังมีทีมสหวิชาชีพลงตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบฐานข้อมูล พบว่า ปี 2563-2564 มีลูกเรือประมงแจ้งตกน้ำ 231 ราย ในจำนวนนี้ 54 ราย เสียชีวิต จากการตกน้ำ เพราะอุบัติเหตุ ส่วนอีก 53 ราย ยังมีชีวิต โดยมีเรือลำอื่นช่วยเหลือไว้ได้ ขณะเดียวกัน ยังมีผู้สูญหายอีก 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นการสูญหายจากขั้นตอนการลงทะเบียน ที่เกิดข้อผิดพลาด หลังจากมีการติดตามสอบสวนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวและว่า ขณะเดียวกันพบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่แสมสาร กำลังเผชิญกับปัญหาเรือจำนวนมากไม่กล้าออกไปทำประมงเนื่องจาก หลังตรวจสอบพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทเรือ ที่รับจ้างทำสมุดคนประจำเรือ หรือ ซีบุ๊ค ปลอมขึ้นมา เจ้าของเรือจึงเกรงจะถูกดำเนินคดีหากออกไปทำประมง ทั้งนี้ ตามกฎหมาย หากยังฝืนออกไปทำประมง และถูกจับ อาจจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตการทำประมง และปรับเป็นเงินสูงสุด 4 แสนบาท หรือ 4 เท่า ของมูลค่า ที่จับสัตว์น้ำมาได้ กรณีนี้ ทำให้ราคาอาหารทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มหายาก หากยังไม่รีบแก้ไขก็ยังไม่มีเรือลำใดกล้าออกไปทำประมง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img