เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2565 ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณี นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา หลังมีหญิงสาว ผู้เสีย จำนวน 4 รายเข้าแจ้งความว่า ถูกข่มขืนและกระทำอนาจาร ทั้งนี้ นายปริญญ์ ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา วันนี้ก็ได้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และจะนำเอกสารหลักฐานมาประกอบภายหลัง แต่เนื่องจากนายปริญญ์ เดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 เจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ เพราะยังไม่มีการออกหมายจับ เว้นแต่เจ้าตัวไม่มาตามนัดฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้พรุ่งนี้เวลา 08.00 น. ตำรวจจะสามารถจับกุมได้ทันที ซึ่งในการยื่นประกันตัวก็ต้องยื่นในชั้นศาลเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนคดีนี้ จะดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ โดยในพื้นที่ สน.ลุมพินี มีทั้งหมด 3 คดี ก็ต้องยื่นประกันตัวในแต่ละคดี
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. ดูแลด้านกฎหมาย กำกับดูแลคดีด้วยตัวเอง ซึ่งคดีนี้โรงพักสามารถทำเองได้ แต่อาจนำชุดสืบสวน บก.น.5 มาร่วมทำงานกรณีมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา ยืนยันว่าไม่หนักใจที่ผู้ต้องหาเป็นบุคคลมีตำแหน่งทางการเมือง เพราะตำรวจยึดหลักตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เราทำงานตามกรอบกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีต่อคดีนี้ อย่างไรก็ตาม ในการฝากขัง ตำรวจจะขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามเจ้าตัวออกนอกประเทศ เพราะผู้ต้องหามีบ้านพักในต่างประเทศ รวมถึงคดีมีโทษหนักและผู้เสียหายหลายคน พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อจับตาเฝ้าระวังการหลบหนีไว้แล้ว

‘ปริญญ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนเดินทางกลับทันที
ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 11.45 น. วันเดียวกัน ที่ สน.ลุมพินี นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางหลบผู้สื่อข่าวลงทางประตูหลังข้างซ้ายของโรงพัก หลังเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ลุมพินี ในคดีกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีแม่บ้านประจำโรงพักมาปลดล็อกกุญแจแล้วเปิดประตูให้
นายปริญญ์ กล่าว สั้นๆ ว่า วันนี้ได้มาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในทุกคดีอย่างเต็มที่ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ ก่อนขึ้นรถบีเอ็มดับบลิวซีรีย์ 7 ป้ายแดง แล้วเดินทางกลับทันที
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.) เวลา 08.00 น. ตำรวจ สน.ลุมพินี นัดหมาย นายปริญญ์ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอีกครั้ง

“ลูกนัท” ให้ข้อมูลสื่อ เผยมีเหยื่อถูก “ปริญญ์” กระทำอนาจารติดต่อมาอีก 5-6 ราย
ขณะที่ เมื่อเวลา 10.30 น. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท กล่าวถึงคดีรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ทำการลวนลามและข่มขืนหญิงสาวหลายราย ว่า มีรายละเอียดอีกจำนวนไม่น้อยที่ตนอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ขณะนี้สภาพจิตใจของภรรยาเริ่มอ่อนล้า ด้วยความที่ภรรยาอาจไม่ช่ำชองในการให้สัมภาษณ์ และยังมีข้อมูลที่ตกหล่น จึงให้ตนเป็นคนพูดแทน และข้อมูลของเหยื่อรายอื่นๆ รวมถึงมุมมองของตนเองที่ต้องดูแลภรรยา และเหยื่อรายอื่น เชื่อว่าหลายคนเริ่มมีคนใกล้ตัวตกอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน อยากให้เข้าใจถึงกรณีเช่นนี้ และเห็นใจผู้เสียหาย ทั้งนี้ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาหานายปริญญ์แต่อย่างใด เพราะหากตนต้องการพบเจอ ก็คงสามารถพบเจอเองได้ ไม่ต้องมาวันนี้ แต่เพราะมีสื่อมวลชน และสถานีตำรวจมีไว้บริการประชาชน จึงมาใช้สถานที่เพื่อเปิดเผยมุมมองของตนเอง
นายธนัตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีเหยื่อติดต่อตนมาประมาณ 5-6 คน และติดต่อไปยังภรรยาของตนอีกหลายคน มีกรณีหนึ่งที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของผู้ถูกกล่าวหา ขณะเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นเหยื่ออายุเพียง 17 ปี แต่กลับถูกผู้ถูกกล่าวหาชักชวนให้ไปสถานที่เสี่ยงต่อสถานการณ์ล่อแหลม ซึ่งเหยื่อหลายคนมีหลักฐานต่างกันไป หลักฐานส่วนใหญ่เป็นการแชท วิธีการพูดคุย แต่อยากให้สังคมเห็นใจและเข้าใจในเรื่องหลักฐานด้วย ยืนยันว่าผู้เสียหายทุกคนสามารถกล่าวถึงเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำและตรงกันเพราะใช้สถานที่เดิมๆ คำพูดเดิมๆ กับทุกคน ทั้งที่ทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน แต่กลับพูดแบบเดียวกัน เช่น การอ้างถึงตำแหน่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจมาทำการชักชวนเหยื่อ โดยขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าเรื่องการชี้จุดเกิดเหตุแต่อย่างใด
“เข้าใจเหยื่อทุกคนที่ไม่กล้าเปิดเผยตัว แต่อย่างน้อยตอนนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก หากฎหมายให้ความยุติธรรมกับทุกคน จำนวนโทษก็คงเกินตลอดชีวิตแล้ว ซึ่งเรื่องความรุนแรงทางเพศนั้นเกิดขึ้นในไทยมาก ไม่อยากให้จบที่ประเด็นผู้มีชื่อเสียง หากเกิดขึ้นในชุมชนกับบุคคลทั่วไป ก็จะถูกลืมหายไป ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ตนต้องการจะสื่อ” นายธนัตถ์ กล่าว

