เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และโฆษก สตม. เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ไปจนถึง 30 พฤศจิกายน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่อยู่ในประเทศไทย มาขึ้นทะเบียนเข้าในระบบให้ถูกต้อง โดยยอมรับว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเปิดรับแรงงานเข้ามาในสถานประกอบการ ซึ่งในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย จะทำให้สอดคล้องต้องกันไปกับนโยบายของรัฐบาล

ดังนั้น การลักลอบเข้าเมืองเพื่อมาขึ้นทะเบียน ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมือง เพราะเจตนาของนโยบายนี้ เปิดโอกาสให้แรงงานที่อยู่ในประเทศไทย ที่ใบอนุญาตอาจจะหมดอายุสามารถขึ้นทะเบียนได้อย่างถูกกฎหมายเท่านั้น
รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า แรงงานผิดกฎหมายทางภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรม ขณะที่ร้อยละ 80 ของการลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีส่วนใหญ่ จะเข้ามาทำงานใน กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และข้อมูลนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึงวันนี้ ตำรวจจับแรงงานข้ามชาติหลบหนีเข้าเมืองกว่า 1,000 คน
รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า หากพบตำรวจเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือขบวนการลักลอบค้าแรงงานข้ามชาติ จะต้องดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา ส่วนคดีลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ จำนวน 23 คน แต่รถประสบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 3 คน/บาดเจ็บ 7 คน และอีก 16 คน มีรถมารับไป ก่อนจะไปปล่อยทิ้งใน จังหวัดกำแพงเพชร และพบมีผู้ติดโควิด-19 จำนวน 3 คน ยืนยัน คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังจากที่ ตำรวจออกหมายจับคนขับรถยนต์และผู้ครอบครองรถ โดยเชื่อว่า จะสามารถจับผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ได้อย่างแน่นอน
รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังได้แถลงผลการระดมกวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานข้ามชาติหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่รับผิดชอบเขตจังหวัดเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ /เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร /ตาก และพิจิตร สามารถควบคุมตัว แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา กว่า 100 คน โดยพบผู้ต้องหาคนไทยร่วมเป็นขบวนการช่วยเหลือนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ ข้อมูลของตำรวจพบว่า กลุ่มแรงงานฯผิดกฎหมายเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะลักลอบเดินเท้า โดยมีคนนำพาอาศัยช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนประเทศไทย เข้ามาพักพิงยังจุดพักคอย และต้องจ่ายค่าหัวคนละประมาณ 300 ถึง 500 บาท จากนั้นจะมีคนไทยขับรถยนต์พาแรงงานผิดกฎหมาย เข้ามาส่งต่อยังนายหน้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่อไป

