แอดบนเมนู
หน้าแรก บล็อก

ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2564

หุ้นไทยปิดลบ 7.15 จุด หลุด 1,600 รับแรงเทขายหลัง กนง. หั่น GDP กดบาทอ่อนค่าหนัก

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,592.08 จุด ลดลง 7.15 จุด (-0.45%) มูลค่าการซื้อขาย 77,735.03 ล้านบาท

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้แค่ 1.8% และปี 65 อาจขยายตัวลดลงเหลือ 3.9% สะท้อนการฟื้นตัวชะลอลง และยังคาดการณ์ปีนี้ไทยพลิกขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมคาดว่าจะเกินดุล 1.2 พันล้านดอลลาร์

โดย กนง. ยังกังวลการท่องเที่ยวฟื้นได้ช้ากว่าคาด จึงปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลงเหลือ 7 แสนคนในปีนี้ จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 3 ล้านคน เป็นผลจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทสยังสูง และการฉีดวัคซีนต่ำกว่าเป้าหมาย อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากการชุมนุมทางการเมืองในวันพรุ่งนี้ด้วย ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย วันนี้เคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นตลาดในกลุ่ม TIP ติดลบ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นอินเดียติดลบ จากสถานการณ์โควิดยังรุนแรง ส่วนตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้แกว่ง Sideway Down ราว 0.3-0.4%

“วันนี้ คาดว่าต่างชาติคงจะยังขายอยู่ เงินบาทอ่อนค่าลงมาทันทีหลังแบงก์ชาติปรับลดประมาณการ GDP ไทยปีนี้ และยังปรับลดประมาณการดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้เป็นขาดดุล จากเดิมคาดจะเกินดุล จากความกังวลการท่องเที่ยวฟื้นช้ากว่าคาด” นายกรภัทร กล่าว

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯ คงจะแกว่งไซด์เวย์ ให้แนวรับ 1,580-1,567 จุด ส่วนแนวต้าน 1,600-1,610 จุด

สิริวรรณ ลีลาประกอบชัย : ภาพ/เรียบเรียง

ธอส. ร่วมสนับสนุนการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 47

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบเงินสนับสนุน จำนวน 500,000 บาท ให้แก่กองทัพเรือ เพื่อจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 47 ปีพุทธศักราช 2564 โดยมีพลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ซึ่งคอนเสิร์ตดังกล่าวจัดขึ้นโดยกองทัพเรือร่วมกับสภากาชาดไทย ในปีนี้เป็นการจัดในรูปแบบการถ่ายทอดสดเผยแพร่ผ่านทาง Facebook : กองทัพเรือ Royal Thai Navy ในวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทั้งนี้

พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564

EXIM BANK จัดงาน EX1M Solution Forum ครั้งแรก ชี้โอกาส SMEs ไทยใน Supply Chain โลกพร้อมเปิดบริการใหม่ “สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจ ครบวงจร”

ดร.พสุ โลหารชุน (ขวา) ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวเปิดงาน “EX1M Solution Forum” Ep. 1 ครั้งแรกของการเปิดเวทีนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวในหัวข้อ “อนาคต SMEs ไทยเติบโตสู่ Supply Chain โลก” นำเสนอทางรอดของ SMEs ไทย โดยเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ของผู้ส่งออก พร้อมเปิดบริการ
สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจครบวงจรของ EXIM BANK (EXIM Supply Chain Financing Solution) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจ SMEs ที่เป็น Suppliers ของผู้ประกอบการรายใหญ่ใน Supply Chain ที่แข็งแกร่งภายใต้การสนับสนุนของ EXIM BANK ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564

กรุงศรีปล่อยสินเชื่อคาร์ฟอร์แคชบุกตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ มุ่งสู่เป้าหมายในการเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) และ เอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์ (SB Finance Company, Inc. หรือ SBF) บริษัทร่วมทุนระหว่างกรุงศรีและซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น (SBC) สถาบันการเงินชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ เปิดตัว คาร์ฟอร์แคช (Car4Cash) สินเชื่อเพื่อคนมีรถในประเทศฟิลิปปินส์ ให้ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน นับเป็นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของกรุงศรี เพื่อรุกขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนตามเป้าหมายและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับปี 2564 – 2566

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ องค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีเดินหน้าอย่างต่อเนื่องสู่เป้าหมายในการเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารความเสี่ยงของกรุงศรีและความเข้าใจในตลาดฟิลิปปินส์ของซีเคียวริตี้ แบงก์ เราจึงได้ร่วมกันพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์คาร์ฟอร์แคช สินเชื่อเพื่อคนมีรถให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศฟิลิปปินส์ โดยตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ทีมงานจาก
กรุงศรี ออโต้ ทำงานร่วมกับทีมงานของเอสบี ไฟแนนซ์ อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ รวมถึงได้แบ่งปันแนวทางวิธีปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (best practice sharing) จากประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งทั้งหมดได้นำมาปรับใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ สินเชื่อคาร์ฟอร์แคชเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เปิดตัวออกสู่ตลาด หลังจากที่เอสบี ไฟแนนซ์ ได้ปล่อยแคมเปญด้านภาพลักษณ์แบรนด์ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสินเชื่อคาร์ฟอร์แคชจะไม่เพียงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในการขอสินเชื่อให้กับผู้บริโภคอีกด้วย เรามั่นใจว่าคาร์ฟอร์แคชจะเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับคนมีรถและยกระดับมาตรฐานการให้สินเชื่อยานยนต์ในตลาดฟิลิปปินส์โดยรวม ทั้งนี้ เราพร้อมใช้ความเป็นที่หนึ่งของ
กรุงศรีในตลาดสินเชื่อเพื่อรายย่อยในประเทศไทยช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SBF ในประเทศฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่องต่อไป”

คาร์ฟอร์แคชเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์สินเชื่อยานยนต์ในประเทศไทยด้วยจุดแข็งที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องความคุ้มค่าด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ และกระบวนการสมัครขอสินเชื่อที่ง่าย

แอบบี้ คาซาโนวา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์ กล่าวว่า “การให้ความช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์ให้สามารถฟื้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่เราวางแผนจะเปิดตัวสู่ตลาด ด้วยความเชี่ยวชาญในตลาดฟิลิปปินส์ของซีเคียวริตี้ แบงก์ และความสำเร็จของกรุงศรีในประเทศไทยในเรื่องการบริหารความเสี่ยง ทำให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อส่งเสริมความสำเร็จของชาวฟิลิปปินส์ โดยจุดเด่นที่สำคัญของคาร์ฟอร์แคชคือ เราทำหน้าที่เพียงเก็บรักษาเล่มทะเบียนรถของลูกค้าไว้ โดยลูกค้ารู้สึกมั่นใจได้ว่ารถยังคงเป็นทรัพย์สินของลูกค้าในขณะที่ใช้เงินสินเชื่อดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย อาจจะใช้ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ขยายธุรกิจหรือเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน”

เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Best Life Insurance Company- Thailand 2020”ความภาคภูมิใจระดับสากล เป็นปีที่ 3

นายสาระ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Best Life Insurance Company – Thailand 2020 เป็นปีที่ 3 จากการประกวด International Finance Awards 2020 จัดโดยนิตยสาร International Finance เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชียที่มีพัฒนาการ ทางธุรกิจอย่างยอดเยี่ยมและถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่การันตีความสำเร็จในด้านการบริหารงานและความก้าวหน้าทางธุรกิจ โดยเฉพาะระบบการจัดการทางการเงินที่ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงของการประกันชีวิตได้ทั่วทั้งองค์กร รวมถึงความโดดเด่นในด้านองค์ประกอบอื่นๆ อาทิ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบริการแก่ลูกค้า และด้านหลักธรรมาภิบาล ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ ที่ผ่านมา

ครั้งแรก! ทีเอ็มบีธนชาต เปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนในกองทุนรวม เพื่อลูกค้าธุรกิจ ทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจที่ต้องการลงทุนสภาพคล่อง ส่วนเกิน พร้อมตัวช่วยบริหารจัดการเงินให้โดยอัตโนมัติ

นางกนกพร จูฑา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า เป้าหมายของธนาคาร คือ การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ของลูกค้าให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจากสถานการณ์
โควิด-19 ส่งผลให้เกิดการชะลอการลงทุนทางธุรกิจ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กองทุนรวมจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับการลงทุนสภาพคล่องส่วนเกิน ทีเอ็มบีธนชาตเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการกองทุนรวมสำหรับลูกค้าธุรกิจ พร้อมอำนวยความสะดวกในการลงทุนด้วยการบริหารแบบอัตโนมัติ ลดความยุ่งยากด้านงานเอกสารและเวลา ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อการบริหารสภาพคล่องเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์และบริการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลูกค้าธุรกิจ (ttb corporate mutual fund) มีจุดเด่น 3 ประการ คือ
1).การบริหารสภาพคล่องส่วนเกินโดยอัตโนมัติ ด้วยฟีเจอร์ Cash Management Plus โดยลูกค้าสามารถกำหนดสัดส่วนเงินและกองทุนที่จะลงทุนไว้ได้ล่วงหน้า และระบบจะโยกย้ายเงินส่วนเกินไปลงทุนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดงานที่ลูกค้าต้องคอยบริหารเอง และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ในการหมุนเวียนเพื่อการดำเนินธุรกิจ
2).เสนอทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ด้วยบริการรูปแบบ Open Architecture ลูกค้าธุรกิจสามารถเข้าถึงตัวเลือกกองทุนรวมจาก บลจ. ชั้นนำถึง 11 แห่ง โดยธนาคารมุ่งเน้นคัดสรรกองทุนรวมที่มีคุณภาพ ผลตอบแทนย้อนหลังโดดเด่น และมีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น และ
3).ดูแลให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี (ttb corporate investment advisory) ที่มีใบอนุญาตและพร้อมแนะนำการลงทุนที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนครั้งแรก หรือ มีประสบการณ์การลงทุนมาแล้ว แต่ต้องการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการด้านการจัดการเงินสดให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่สนใจเริ่มลงทุนในกองทุนรวม ธนาคารมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน พร้อมให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า โดยมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเพียงลูกค้าเปิดบัญชีธุรกิจ ทีทีบี
เอสเอ็มอี วันแบงก์ (ttb sme one bank) และเปิดบัญชีกองทุนรวม จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนรวมตลาดเงิน T-Cash มูลค่า 200 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง
31 ธันวาคม 2564

ทีเอ็มบีธนชาต ในฐานะธนาคารผู้นำด้านดิจิทัลโซลูชันเพื่อลูกค้าธุรกิจ พร้อมเคียงข้างเพื่อช่วยขับเคลื่อนการลงทุนให้กับลูกค้าธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป (Financial Well-being) ลูกค้าธุรกิจที่สนใจ สอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือ ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร. 0 2643 7000 วันจันทร์ถึงวันเสาร์ 08.00 – 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร

EXIM BANK เปิดเวทีระดมสมอง ชี้ทางรอด SMEs ไทยต้องรุกตลาดส่งออก พร้อมเปิดบริการใหม่ “สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจครบวงจร” เสริมสภาพคล่องต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวเปิดงาน “EX1M Solution Forum” Ep. 1 หัวข้อ “อนาคต SMEs ไทยเติบโตสู่ Supply Chain โลก” ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์แก่สื่อมวลชนและสาธารณชนที่สนใจ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564
ว่า นับเป็นครั้งแรกของการเปิดเวทีระดมสมอง เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งมี SMEs เป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและภาคส่งออกไทยไปข้างหน้าได้ดีมากเท่าที่ควร ทางออกหรืออาจจะเป็นทางรอดของปัญหา ได้แก่ การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการเงินอย่าง EXIM BANK และภาคธุรกิจเพื่อสร้าง Supply Chain ที่แข็งแรง ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถสนับสนุนและเสริมความแข็งแรงให้กับผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน โดยมีเครื่องมือทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงเป็นกลไกช่วยให้ทุกภาคส่วนดำเนินธุรกิจไปได้อย่างไม่ติดขัด แม้จะได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกทั่วโลก

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในหัวข้อ “อนาคต SMEs ไทยเติบโตสู่ Supply Chain โลก” ว่า ในการแก้ปัญหา “ความย้อนแย้ง” ในเชิงโครงสร้างของ SMEs ไทย โดยเฉพาะการที่ SMEs ไทยมีจำนวนมากถึง 3.1 ล้านรายหรือ 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งระบบ แต่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจเพียง 35% ของ GDP รวมเท่านั้น สาเหตุสำคัญมาจาก SMEs ไทยส่วนใหญ่ค้าขายภายในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ผู้ส่งออก SMEs มีจำนวนไม่ถึง 1% ของ SMEs ทั้งระบบ ซึ่งการขยายตลาดภายในประเทศมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น เศรษฐกิจไทยโตต่ำ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขยายตัวเพียง 2% ตลาดมีขนาดไม่ใหญ่ จำนวนประชากรเพียง 66 ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยยังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีมากถึง 18% ของประชากรรวม

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ทางรอดของ SMEs ไทยจึงได้แก่
การเข้าไปเชื่อมโยงในวงจรการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทำได้ 2 แนวทาง โดยแนวทางแรก คือ การยกระดับไปเป็นผู้ส่งออก ซึ่งแนวทางนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาองค์ความรู้และเสริมประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ส่วนแนวทางที่สอง สามารถทำได้ทันที ได้แก่ การสนับสนุนให้ SMEs เข้าไปอยู่
ใน Supply Chain ของผู้ส่งออก โดยให้ธุรกิจส่งออกที่มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Supply Chain ค้ำจุนผู้ประกอบการ SMEs ให้มีโอกาสขายสินค้าเพิ่มมากขึ้นและยาวนานภายใต้ Supply Chain ที่แข็งแรงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าปัจจุบันมี SMEs ไทยจำนวนไม่น้อยเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ผู้ส่งออกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เนื่องจากภาคส่งออกไทยพึ่งพาวัตถุดิบในประเทศ (Local Content) ถึงเกือบ 70% ของมูลค่าส่งออกรวม

ดร.รักษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ Global Supply Chain เปลี่ยนไปในหลายมิติและทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า การขาย และตัวสินค้า รูปโฉมการค้าเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบจากแหล่งใกล้ ๆ มากขึ้น มีการนำระบบ Automation มาใช้มากขึ้นเพื่อลดการสื่อสารระหว่างแรงงานในกระบวนการผลิต ต้องวางแผนขนส่งหลากหลายช่องทาง รวมทั้งทำประกันและปรับเทอมการค้าให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การขายสินค้าใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น และสินค้าต้องสอดรับกับเทรนด์ใหม่ ๆ ของโลก มีความโดดเด่นน่าจดจำ เพื่อสร้างการจดจำและความจงรักภักดีต่อแบรนด์

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวต่อไปว่า จากนโยบาย Dual-track Policy ได้แก่ การสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหญ่เพื่อการพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการให้บริการครบวงจรเพื่อพัฒนา SMEs ให้เป็นผู้ส่งออกมืออาชีพ EXIM BANK จึงพร้อมสนับสนุน SMEs ไทยให้เข้าสู่หรือเชื่อมโยงกับ Supply Chain ในวงจรการค้าระหว่างประเทศ ด้วยบริการใหม่ “สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจครบวงจร (EXIM Supply Chain Financing Solution)” เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจ SMEs ที่เป็น Suppliers ของผู้ประกอบการรายใหญ่ (Sponsor) โดยไม่ต้องใช้หลักประกันเพิ่ม สามารถนำ Invoice มาใช้ยื่นขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษผ่าน Digital Platform ได้ วงเงินกู้สูงสุด 25% ของยอดขายรวมปีล่าสุด โดยอ้างอิงบนเครดิตที่แข็งแรงของ Sponsor บริการดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกขึ้นและมีต้นทุนต่ำลง มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกรรมทางออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ธนาคาร ขณะที่ Sponsor ซึ่งเป็นลูกค้า EXIM BANK จะได้รับเครดิตเทอมเพิ่มจากคู่ค้าที่เป็น SMEs และมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน เป็นประโยชน์ในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคตข้างหน้า

ต้นแบบ Supply Chain ที่แข็งแกร่งภายใต้การสนับสนุนของ EXIM BANK ได้แก่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ส่งออก-นำเข้าและศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและสินค้าไลฟ์สไตล์ครบวงจรของไทย ซึ่งมีสินค้าจำหน่ายกว่า 270,000 รายการ และมี Suppliers ใน Supply Chain เป็นจำนวนมาก อาทิ บริษัท วิชั่น กลาส แอนด์ ดอร์ อินดัสเทรียล จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตูและกระจกตกแต่งบ้าน บริษัท คาร์ชายน์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยนต์ บริษัท อุดร เก้าเจริญทรัพย์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก จำหน่ายไม้แปรรูปจากต่างประเทศ บริษัท เอ็ม.เจ.พาราวู๊ด จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ บริษัท ว.พลาสติก (2002) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก จำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก

“การฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจไทยต้องเริ่มต้นที่ฐานราก กล่าวคือ การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินทุนและอำนาจต่อรอง โดยอาศัยพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสะพานเชื่อมไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและการขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นให้เกิดการค้าและธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลเพื่อความสะดวกรวดเร็วแก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยตลอดทั้ง Supply Chain เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความแข็งแกร่งและพร้อมเริ่มต้นกับโอกาสครั้งใหม่หลังวิกฤตโควิด-19” ดร.รักษ์กล่าว

เคทีซีเอาใจคอฟุตบอลระดับโลกเชียร์ฟรอมโฮมมอบ 3 ความคุ้มค่า เมื่อซื้อทีวีแบรนด์ดัง

นายวุธินันท์ สุวิมลพันธุ์ ผู้จัดการอาวุโส – ธุรกิจร้านค้า “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดทัพโปรโมชันทีวีแบรนด์ชั้นนำรับมหกรรมฟุตบอลระดับโลกให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี และบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ได้ร่วมเชียร์และลุ้นทีมในดวงใจกันเต็มตาแบบเต็มจอที่บ้าน ด้วยบริการผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 24 เดือน พร้อมสิทธิพิเศษสุดคุ้มอีก 3 ต่อ คุ้มที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 32,000 บาท ต่อสมาชิกบัตรตลอดรายการ คุ้มที่ 2 รับเครดิตเงินคืนเพิ่มจากแบรนด์สินค้าที่ร่วมรายการสูงสุด 10% คุ้มที่ 3 แลกคะแนน KTC FOREVER รับเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดสูงสุด 15% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 – 31 สิงหาคม 2564 ณ ห้างสรรพสินค้าและร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือเว็บไซต์ www.ktc.co.th สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์ที่นี่ : https://ktc.today/apply-card

“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ไขข้อสงสัย 5 คำถามคาใจ สำหรับ “มือใหม่หัดเช่าซื้อ”

การเลือกรถที่ถูกใจ ทดลองเทส์ตไดร์ฟ ติดตามข่าวสาร อ่านรีวิว หรือแม้แต่เปิดตำราหาสีถูกโฉลก ก่อนขับรถใหม่ป้ายแดงออกจากโชว์รูมนั้น คงเป็นเรื่องที่มือใหม่หัดขับทั้งหลายคุ้นชินกันแล้ว การเป็นเจ้าของรถคันโปรดหรือรถในฝัน ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นคำถามคาใจของใครหลายคน และเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ การวางแผนสินเชื่อ กับ 5 ข้อสงสัยที่คาใจ สำหรับมือใหม่หัดเช่าซื้อ คือ

  1. ดาวน์ 0% ดีไหม แน่นอนว่าเมื่อเห็นโปรโมชันดาวน์ 0% มักล่อตาล่อใจ เพราะออกรถได้โดนไม่ต้องใช้เงินสักบาท แต่อย่าลืมคิดถึงค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนที่อาจสูงลิบ เพราะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง และจะคิดดอกเบี้ยจากราคารถทั้งหมด รวมถึงส่วนใหญ่มักให้ผ่อนชำระไม่เกิน 48 งวด ลองคิดเล่นๆ หากซื้อรถราคา 600,000 บาท ด้วยเงื่อนไขดาวน์ 0% ผ่อน 48 เดือน ค่างวดรถจะอยู่ที่ 14,995 บาท* แต่ถ้าหากอดทนเก็บเงินดาวน์อีกสักนิด และวางเงินดาวน์ 25% จะทำให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง และค่างวดรถจะอยู่ที่ 10,233 บาท* เรียกว่าเหลือเงินค่างวดไปทำอย่างอื่นได้สบาย
  2. ดอกเบี้ย “คงที่” หรือ “ลดต้นลดดอก” กันแน่ ตามหลักเกณฑ์แล้วการเช่าซื้อรถ มีการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินต้นแบบ “คงที่” (คิดอัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมดเท่ากันทุกงวด ตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจนถึงวันที่ผ่อนเสร็จ) แต่มีการผ่อนชำระดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” (จำนวนดอกเบี้ยที่ชำระในแต่ละงวดจะลดลง) ดังนั้น เมื่อผ่อนชำระงวดแรกๆ ยอดเงินที่จ่ายไปส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ย และงวดหลังๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการชำระเงินคืนต้น จึงไม่ต้องตกใจเมื่อเห็นยอดเงินต้นคงเหลืออยู่เยอะ แม้ว่าจะทยอยผ่อนไปบ้างแล้ว ทั้งนี้ ในการทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงิน จะมีตารางที่แจกแจงค่างวดและดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ไว้อ้างอิงอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว
  3. คนค้ำยังจำเป็นไหม สิ่งนี้ต้องถามตัวเองให้แน่ใจว่ามีความสามารถพอกับภาระหนี้ต่อเดือนหรือไม่ เพราะสถาบันการเงินยุคนี้มองที่ตัวบุคคลเป็นหลัก เงื่อนไขไฟแนนซ์ปรับเปลี่ยนได้ตามโปรไฟล์ผู้กู้ หากมีรายได้หลายทาง ทำงานหลายอาชีพ จะงานประจำหรืองานฟรีแลนซ์ มีรายได้เพียงพอแน่นอน ยื่นไฟแนนซ์ไป ยังไงคนค้ำก็ไม่จำเป็น แต่หากคุณยังมีภาระหนี้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรายได้ การมีคนค้ำประกันก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ต้องนึกถึงเมื่อต้องเช่าซื้อรถ
  4. ประกันภัยแบบไหนที่ต้องทำ เมื่อเป็นมือใหม่ ประกันภัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยปกติเมื่อซื้อรถยนต์ป้ายแดง ผู้เช่าซื้อจะได้รับประกันภัยทั้งภาคบังคับตามกฏหมาย (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เป็นของแถมให้อยู่แล้ว แต่เมื่อขึ้นปีที่สอง จะต้องจ่ายเบี้ยต่อประกันภัยเอง ซึ่งประกันภัย พ.ร.บ. ที่เป็นภาคบังคับนั้น อยู่ที่ 645.21 บาท ราคาเดียวทุกรุ่น ทุกแบรนด์ ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจ สามารถเลือกประเภทหรือรูปแบบความคุ้มครองได้เองตามต้องการ นอกจากนี้ ใครที่อยากอุ่นใจเพิ่มขึ้น สามารถเลือกประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (PPI) เพิ่มเติมไว้อีกฉบับก็ได้ โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบการชำระค่างวดที่เหลือทั้งหมด ในกรณีที่ผู้กู้ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต แต่ประกัน PPI จะต้องทำไว้ตั้งแต่เริ่มสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น
  5. อยากปิดยอด ต้องทำไง หากใครที่มั่นใจว่าผ่อนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 งวด อย่าคิดว่าไฟแนนซ์รถเป็นสิ่งที่จะอยู่กับเราไปตลอดจนถึงวันสิ้นสุดสัญญา เพราะอยากปิดบัญชีเมื่อไหร่ ทำได้ทันที และยังได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 50% ของดอกเบี้ยเช่าซื้อแบบลดต้นลดดอกที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระอีกด้วย แต่แนะนำให้เช็กยอดรวมที่ต้องชำระเมื่อวันปิดบัญชีที่แน่นอนก่อน อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดค้างชำระ หรือค่าธรรมเนียม รวมอยู่ด้วย จะได้ประเมินว่าเงินที่เตรียมไว้ปิดยอด เพียงพอหรือไม่

จะออกรถใหม่สักคัน มีตัวแปรอีกมากมาย ทั้งค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าภาษีประจำปี ค่าอุปกรณ์แต่ง ค่าประกันภัย เอาเป็นว่าเลือกคันที่ใช่ ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ แล้วใช้เงื่อนไขไฟแนนซ์ที่ชอบ จะตอบโจทย์ที่สุด แน่นอนว่าเมื่อมือใหม่หัดเช่าซื้อพร้อม สถาบันการเงินก็พร้อมให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบอยู่แล้ว

0

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานวัคซีน ‘ซิโนฟาร์ม’ จำนวน 6,400 โดส เพื่อกระจายให้แก่กลุ่มเปราะบาง-ชุมชน พื้นที่เสี่ยง กทม. เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2564

วันนี้ (23 มิ.ย. 64) เวลา 13.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เสด็จลง ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยทรงห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และทรงให้ความสำคัญต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่มีความจำเป็น เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทรงมีพระดำริให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ติดต่อหาวัคซีนเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอีกทางหนึ่ง โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนตัวเลือกจากบริษัทซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่ผลิตโดยสถาบันชีววัตถุแห่งกรุงปักกิ่ง (BIBP) และเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เพื่อกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสให้ได้เข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐในช่วงที่ประเทศยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ โดยวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดส ได้จัดส่งมาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2564 และผ่านการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เมื่อวันอังคารที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มเพื่อพระราชทานแก่ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จำนวนแห่งละ 6,400 โดส รวมทั้งหมด 25,600 โดส ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 64 พรรษา 4 กรกฎาคม 2564 โอกาสนี้ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้ารับพระราชทานวัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 6,400 โดส เพื่อนำไปจัดสรรกระจายฉีดให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ที่มีรายได้น้อย และชุมชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นกลุ่มแรก โดยจะเริ่มให้บริการฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม และได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อประเทศชาติ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ปวงชนชาวไทย

แอดในเนื้อข่าว