เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม ในฐานะประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงการช่วยเหลือรื้อฟื้นคดีอาญาให้ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีการตรวจสอบเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือตรวจสอบว่าหน่วยงานใดของกระทรวงยุติธรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้อง มีการทำหน้าที่อย่างไรบ้าง และดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหรือไม่ และช่วงที่ 2คือการวิเคราะห์ผลกระทบว่าหลังเกิดเหตุแล้ว จะมีกระบวนการปรับการทำงานต่อไปอย่างไร ซึ่งจากการตรวจสอบมีคำร้องเข้ามาที่ยุติธรรมจังหวัดนครพนม ก่อนส่งเรื่องมาที่กรมคุ้มครองสิทธิ์ และมีการตั้งกรรมการโดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอน จากนั้นส่งเรื่องกลับไปที่ผู้ร้องว่าควรจะรื้อฟื้นคดีใหม่หรือไม่ กระทั่ง ม.ค.60 นางจอมทรัพย์ได้เข้ามาขอบคุณศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ ซึ่งปรากฏว่ามีพยานให้การเท็จ โดยทำกันเป็นขบวนการ ในส่วนของคดีความเป็นหน้าที่ของตำรวจ ตนรับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวง ซึ่งมีการสอบพยานบุคคลไปจนครบถ้วนแล้ว และคาดว่าในสัปดาห์หน้าประมาณวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า กรณีที่มีการโอนศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ของกระทรวงยุติธรรม ให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ขณะนี้ได้รับเรื่องมาอยู่ในความรับผิดชอบเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว ซึ่งดีเอสไอก็จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ตามขั้นตอนการช่วยเหลือต่างๆ เช่น การบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้อย่างจริงจัง, นำลูกหนี้นอกระบบกลับเข้ามาสู่ในระบบ,การไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้เจรจาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในจ.กาฬสินธุ์กว่า 10 ราย มูลค่าหนี้กว่า 200 ล้านบาท, ให้ความรู้ประชาชนเพื่อประกอบอาชีพมีรายได้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้ เป็นต้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ มีคำสั่งยกเลิกให้ข้าราชการ 8 ราย ที่ไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ในภารกิจของพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรม และให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งเดิมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป