เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุได้ใจความว่าตนกล้ายืนยันว่า การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายของนายกทักษิณมีจุดประสงค์ทางการเมือง โอ๊คถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินจำนวน 26 และ 10 ล้านบาท ที่จ่ายจากบัญชีของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เพื่อช่วยซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว

จากสำนวนการไต่สวนของ คตส. เงิน 26 ล้านบาท สั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คเพื่อฝากซื้อหุ้นแต่ยังไม่เคยถูกนำเข้าบัญชีของโอ๊คเพราะเช็คถูกยกเลิก โอ๊คไม่เคยได้รับเงินก้อนนี้จึงไม่ครบเป็นองค์ประกอบความผิด ส่วนเช็คจำนวน 10 ล้านบาท โอ๊คได้รับมาเพื่อการลงทุนทางธุรกิจร่วมกัน ไม่ใช่ได้มาเพื่อช่วยปกปิดหรือช่วยซุกซ่อนแหล่งที่มาของเงิน เพราะเป็นจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินกู้เกือบ 10,000 ล้านบาท อีกทั้งโอ๊คไม่มีเหตุผลที่จะไปช่วยปกปิดหรือซุกซ่อนเพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วยพฤติกรรมในการดำเนินคดีคือเครื่องยืนยันว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะโอ๊คไม่เคยได้รับความเป็นธรรมมาตั้งแต่แรก

เริ่มจากการสอบสวนซ้ำเพราะเช็คทั้งสองฉบับได้ถูก คตส. ไต่สวนและเห็นว่าไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงินแล้วแต่ดีเอสไอยังเอามาสอบสวนใหม่ จากนั้นตั้งข้อกล่าวหาเฉพาะโอ๊คและคนใกล้ชิดทั้งที่มีบุคคลเกือบ 150 คน ที่ได้รับเงินแบบเดียวกับโอ๊คแต่ก็มิได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพิ่งจะมาตั้งเรื่องสอบสวนใหม่เมื่อถูกนายวีระ สมความคิด ยื่นหนังสือร้องเรียน ส่วนการไปดีเอสไอของโอ๊คเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก็มีการนำเอาภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อทั้งที่เป็นความลับ ล่าสุดมีการออกข่าวว่าโอ๊คจะมาขอขยายเวลายื่นคำให้การเพื่อให้เข้าใจว่าโอ๊คจะประวิงหรือถ่วงคดี แต่ทุกอย่างก็ผิดคาดเพราะโอ๊คมายื่นคำให้การก่อนกำหนด จากนี้ไปจึงเป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาและความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามคำให้การจนครบถ้วน หากคิดจะรวบรัดเอาง่ายเข้าว่าหรือคิดว่าเผด็จการจะอยู่ยั้งยืนยงระวังจะตกเป็นจำเลยเสียเอง