พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงกรณีที่ ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก โพสต์ข้อความย้ำเรื่องการนำชื่อตนเองไปใช้ในการทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในหน่วย และถูกข่มขู่จากผู้บังคับบัญชาหลังออกมาเปิดเผยข้อมูล จนต้องร้องเรียนผ่านสายตรงผบ.ทบ. ถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบรับว่าจากการตรวจสอบพบว่า ส.อ.ณรงค์ชัย มีข้อพิพาทกับผู้บังคับบัญชาตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ความผิดทางวินัย จากความประพฤติไม่เหมาะสมผู้ใหญ่ผู้น้อย ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการลงเวลาไม่ตรงความจริง จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และส.อ.ณรงค์ชัย ถูกลงโทษทางวินัย จำขัง 7 วัน เมื่อเดือนมีนาคม 2563 จากนั้น ส.อ.ณรงค์ชัย ก็ร้องเรียนผ่านสายตรงผบ.ทบ. เพื่อขอให้ระงับการลงโทษ ซึ่งทางกองทัพได้ตรวจสอบตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการร้องเรียน แต่ทางต้นสังกัดยืนยันมติของคณะกรรมการสอบสวนฯ ซึ่งหลังจากนั้น ส.อ.ณรงค์ชัย ก็ยังคงร้องเรียนผ่านสายตรงผบ.ทบ. รวม 4 ครั้ง แต่ไม่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตในศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก แต่ใช้วิธีไปเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนแทน

หลังจากที่ พล.อ.อภิรัช คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ทราบเรื่องจึงสั่งให้ตั่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากส่งนกลางขึ้น ล่าสุด พบว่ามีการทุจริตเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงเดินทางกำลังพล และทุจริตการจัดอบรมการป้องกันยาเสพติด ตามที่ ส.อ.บุริน กล่าวอ้าง ตั้งแต่ปี 2560 เป็นเม็ดเงินกว่า 2 แสนบาท มีทหารระดับสูงชั้นนายพลเกี่ยวข้อง 3 นาย จึงส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบความผิดทางอาญาตามขั้นตอนเหมือนกับหน่วยงานอื่น พร้อมทั้งเชิญส.อ.ณรงค์ชัย เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ได้เซ็นชื่อรับรองเบิกจ่ายดังกล่าวเนื่องจากถูกบังคับ

สำหรับส.อ.ณรงค์ชัย หลังจากมติคณะกรรมการฯ ต้นสังกัด สั่งจำขัง 7 วัน ก็ไม่ไปรายงานตัวตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม จนถึงขณะนี้จึงมีสถานะ หนีราชการ ซึ่งทางกองทัพได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และทางอาญา เพื่อพิจารณาโทษตามขั้นตอนแล้ว