นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชน ที่ประกอบธุรกิจทั้งร้านอาหาร กิจการนวดแผนโบราณ ร้านสปา รวมไปถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลกำหนดให้ทุกธุรกิจปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จนทำให้รายได้หายและเดินหน้าต่อไปได้ลำบาก ซึ่งตนทราบว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการต้องการยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ โดยเสนอให้ทุกธนาคารขยายเวลาการพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปเป็นเวลา 12 เดือน และงดเว้นการบังคับคดีทุกคดีของสถาบันการเงินและบรรษัทบริหารสินทรัพย์ รวมทั้งพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าเดิมของสถาบันการเงินอีกร้อยละ 70 ของวงเงินสินเชื่อเดิมที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพื่อเดินหน้าในการประกอบธุรกิจและสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมทั้งกลับมาจ้างงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และนโยบายเช่นนี้สามารถช่วยฟื้นฟูภาพรวมเศรษฐกิจอีกด้วย

ทั้งนี้นายการุณ กล่าววเพิ่มเติมว่า ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการโดยเร็ว และเห็นควรว่าต้องเร่งแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน รัฐบาลต้องรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน บางครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยา ไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน ตนรู้สึกเสียดายที่รัฐบาลและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลปฏิเสธไม่สนับสนุนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เพื่อนำปัญหามาระดมความคิดกันเพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด รวมทั้งหมดโอกาสให้คำแนะนำกับรัฐบาลในการใช้เงินงบประมาณ 1 ล้านล้านบาทที่เป็นเงินกู้ตามพระราชกำหนดมาแก้ปัญหาโควิด-19 เพื่อการแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“รัฐบาลไม่ควรมองว่าการที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอขอให้เปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เป็นการตีรวนรัฐบาล ไม่มีใครอยากนำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเกมทางการเมือง การเปิดสภาเป็นการระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน” นายการุณ กล่าว