ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมหน่วยภาคี กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองทัพบก โดยกองพลทหารราบที่ 9 และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 จัดระบบการนำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่าจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ “ผู้เสพคือผู้ป่วย” กระบวนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด จึงต้องปรับแนวทางจากการปราบปรามเป็นการบำบัดรักษา ด้วยการนำเขาเหล่านั้นเข้าสู่สถานพยาบาลแทนการนำเข้าสู่เรือนจำ เพื่อรับการรักษาแทนการรับการลงโทษ จึงทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดสามารถเข้าถึงบริการด้านการบำบัดรักษาได้สะดวกและรวดเร็ว เพราะการหยุดยาได้เร็วเท่าใดย่อมส่งผลดีทั้งต่อส่วนตัวผู้เสพ ผู้ติดและสังคมโดยรวม

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานเพื่อรองรับนโยบาลดังกล่าว แต่อาจยังไม่มีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงร่วมกับหน่วยงานภาคีจัดตั้งศูนย์คัดกรองผู้เสพยาเสพติด และศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกรุงเทพมหานคร ที่ให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ One Stop Service เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกในการเข้ารับการบำบัดรักษา รวมถึงการติดต่อและประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรองตามระดับความรุนแรงของการเสพติด การบำบัดฟื้นฟูด้วยกระบวนการรักษาที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล การติดตามช่วยเหลือภายหลังการบำบัดรักษา ตลอดจนการให้คำปรึกษากับผู้ผ่านการบำบัดรักษาและครอบครัว

การดำเนินการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลทำการค้นหา ชักชวนผู้เสพ ให้เข้ารับการบำบัด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สนับสนุนแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ กองพลทหารราบที่ 9 และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 สนับสนุนสถานที่และครูฝึก

นายนิยม กล่าวต่อว่า ตามนโยบายเร่งด่วนที่ผ่านมาทาง ปปส.ให้ความสำคัญกับการให้โอกาสผู้ผ่านการบำบัดรักษาตามแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” โดยการแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า และจะไม่ถือว่าการติดยาเสพติดเป็นโทษทางอาญา แต่ถือเป็นการเจ็บป่วยทางความคิดและพฤติกรรม โดยใช้การแก้ปัญหาในเชิงสุขภาพ บำบัดฟื้นฟูเยียวยาให้ผู้เสพเลิกเสพแล้วกลับมามีที่ยืนในสังคม ซึ่งแนวคิดนี้จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ตั้งแต่ครอบครัวชุมชนให้โอกาสผู้ติดยาเสพติดให้ได้อยู่ร่วมกันในสังคม การแนะนำ ชักจูง เฝ้าระวังจากคนในสังคม รวมถึงผู้รักษากฎหมาย และผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และทัศนคติที่ถูกต้อง

สำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ครอบครัว และชุมชนช่วยกันดูแลบุตรหลาน สอดส่องพฤติกรรม หากพบเห็นว่าเริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำเข้ารับการบำบัดรักษา ไม่ควรปล่อยให้เสพจนกระทั่งมีอาการทางจิตประสาท ซึ่งจะทำให้รักษายากยิ่งขึ้น