ดร.รุจิกร ภาวสุทธิไพศิฐ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า สิ่งที่ ทีเอ็มบี ให้ความสำคัญมาตลอด คือการเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยการพัฒนาแบะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้สะดวกและง่าย ทาง ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ได้มีการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว
TMB SME insights เว็บไซด์ คอมมูนิตี้ฮับ ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสารใหม่ๆ และ บทความวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืนและต่อยอดทางธุรกิจ ได้มากกว่า


จากข้อมูล Brand Power of SME Study ปี 2561 พบว่า 50% ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยบริหารงานโดยทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 เป็นต้นไป และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นกว่า 20% ในเมืองใหญ่ (กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล) และเป็นกลุ่มที่เป็นผู้สร้าง 55% ของจีดีพีของวิสาหกิจขนาดย่อมในประเทศไทย คิดเป็น 2.7 ล้านล้านบาท ถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแข็งแกร่ง แน่นอนว่าเศรษฐกิจของไทยจะมั่นคงตามไปด้วย จากผลการสำรวจ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ได้วิเคราะห์นำเสนอเป็นบทสรุปที่
“9 ดราม่าทายาทธุรกิจ รุ่น 2 ทางเลือก ทางรอดของเอสเอ็มอี 4.0″
แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ปมปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนี้ ปมปัญหาที่ 1 รากฐานทางธุรกิจ คือ
1).เพราะไม่เคย เลยไม่เป็น จากผลสำรวจพบว่า 36% ขาดประสบการงานและด้านการบริหาร
2).เพราะไม่รู้ เลยไปไม่ถูก จากผลสำรวจพบมากถึง 34% ไม่เคยได้รับการสอนงานจากรุ่นพ่อและแม่ จึงมองไม่เห็นภาพของธุรกิจเลยไม่สามารถจะบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
3).เพราะไม่รัก เลยทำไปแกนๆ จากผลสำรวจพบว่า 43% อยากมีธุรกิจตามความชื่นชอบและแนวคิดของตัวเอง แต่ต้องจำใจสานต่อธุรกิจของครอบครัว เมื่อไม่มีใจรักก็ไม่สามารถสานต่อหรือร่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้
ปมปัญหาที่ 2 การบริหารงาน
4).อำนาจไม่ใช่ของฉัน พบ 70% เมื่อเข้ามาบริหารงานแล้วกลับไม่มีอำนาจในการบริหารและตัดสินใจได้อย่างเต็มที
5).โลกกำลังเปลี่ยน แต่เรายังไม่(ยอม)เปลี่ยน รุ่นบุกเบิกที่บริหารจนประสบผลสำเร็จ มักจะมีความเชื่อมั่นสูงและมักจะปฏิเสธทุกครั้งที่ทายาทธุรกิจจะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ คู่ค้ารายใหม่ นวัตกรรม ดิจิทัลและระบบใหม่ๆ ทำให้ทายาทธุรกิจไม่สามารถบริหารและเปลี่ยนแปลงได้
ปมปัญหาที่ 3 ความเชื่อมั่น
6).คู่ค้าไม่สนิทด้วย คนรุ่นใหม่ดำเนินธุรกิจครอบครัวไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่ 38% พบว่าลูกค้าและคู่ค้ายังคงเลือกที่จะริดต่อเจรจาอยู่กับผู้บริหารรุ่นที่ 1 อยู่ และมองข้ามทายาทธุรกิจเสมอๆ
7).ไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม โดยทายาทธุรกิจ 31% ถูกมองว่ายังเป็นเด็ก ไม่น่าเชื่อถือในความสามารถในการบริหารธุรกิจได้
8).เสียลูกค้า เพราะผู้บริหารรุ่น 1 วางมือ พบ 27% ของทายาทร้องเสียลูกค้าให้กับคู่แข่ง เมื่อผู้บริหารรุ่น 1 วางมือ และทายาทธุรกิจเข้ามารับช่วงต่อ
9).สั่งได้จริงหรือ นอกจากท้าทายความเชื่อมั่นจากภายนอกบริษัททั้งของคู่ค้าและลูกค้าแล้วยังนอบพบกับการท้าทายของคนในบริษัท โดยจะพบ ว่า 85% ไม่ได้รับความไว้วางใจและถูกท้าทาย จากลูกจ้างหรือหุ้นส่วน อีก 35%
ของพนักงานแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเสนอหรือการตัดสินใจอะไรก็ตาม
ทีเอ็มบี เอสเอ็มบี จึงได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้คือ
1).การปรับพื้นฐาน ทายาทธุรกิจที่ขาดประสบการณ์ ก็ควรเริ่มที่จะพัฒนาตัวเองโดยการศึกษาหาความรู้จากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ
2).สร้างความเชื่อมั่น โดยการหาสาเหตุให้พบว่าทำไมลูกค้า คู่ค้า หุ้นส่วน และพนักงาน ไม่ให้ความเชื่อมั่น เมื่อทราบแล้วควรปรับปรุง แก้ไข และหาทางพิสูจน์ตนเอง เพื่อเพิ่มความเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้าและ ผู้ร่วมงานมากขึ้น
3).ผสานการบริหาร เมื่อมีความมั่นใจในตัวเอง และได้รับความเชื่อมั่นจากคนรอบข้างเพิ่มขึ้น ทายาทธุรกิจจะมีความพร้อมมากขึ้นในการบริหารงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจให้เติบโตและแข็งแกร่งในอนาคต


ส่วนการเติบโตของสินเชื่อ เอสเอ็มอี ที่ธนาคารปล่อยใหม่ไปในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2562 ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าใหม่ที่เข้ามาขอสินเชื่อเพื่อนำไปขยายธุรกิจ ขณะที่แนวโน้มในไตรมาสที่ 2 /62 คาดว่าการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีจะชลอตัวเล็กน้อย เพราะมีช่วงวันหยุดยาวในเดือน เม.ย และวันหยุดพิเศษเพิ่มในช่วงเดือน พ.ค ที่ผ่านมา โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อคงค้างของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ณ.สิ้นไตรมาส 2/62 จะอยู่ที่ 9.4 หมื่นล้าน โดยในปี 62 นี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ของธุรกิจ เอสเอ็มอี อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านหรือเติบโตที่ 60% และสำหรับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อ เอสเอ็มอี ในปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งธนาคารมีความรัดกุมในการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นการประเมินความเสี่ยงใหม่ที่จะเข้ามาเพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อก่อนรับมาเป็นลูกค้าของธนาคารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อแนวโน้มของคุณภาพหนี้ของลูกค้าดีขึ้นและจะส่งผลให้ NPL ของสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารมีแนวโน้มที่ดีและอยู่ในระดับที่ทรงตัวจากสิ้นปีก่อน