น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กทม. กล่าวถึงประเด็นการตรวจภาษีนำเข้านาฬิกา 25 เรือน ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมศุลกากรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่29 ม.ค 2561 ถึงกรณีที่ตนเรียกร้องให้กรมศุลกากรตรวจสอบการเสียภาษีนำเข้านาฬิกาหรูของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ว่า “ทางกรมศุลกากรจะดำเนินตามกระบวนการตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียน และการตรวจสอบจะต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และต้องดูว่ากฎหมายของกรมศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ลงไปลึกขนาดไหน”

น.ส.รสนา กล่าวว่าท่านอธิบดีสมควรรู้ว่ากรมศุลกากรมีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบนาฬิกาจำนวนไม่น้อยกว่า 25 เรือนที่พลเอกประวิตรสวมใส่ว่ามีการยื่นใบขนสินค้านำเข้าและสำแดงและเสียภาษีอากรขาเข้าโดยถูกต้องตาม พ.ร.บ. ศุลกากรฯหรือไม่ ส่วนป.ป.ช.มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบว่านาฬิกาที่พลเอกประวิตรใส่จำนวนไม่น้อยกว่า 25 เรือนนั้นได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจคนละส่วนกัน ข้ออ้างของท่านอธิบดีที่ว่าต้องพิจารณาก่อนว่าอยู่ในหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานอื่นหรือไม่ จึงฟังไม่ขึ้น

“กรมศุลกากรไม่อาจปฏิเสธการตรวจสอบภาษีรายนี้ การตรวจภาษีนาฬิกา 25 เรือนนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมศุลกากรโดยเฉพาะ และเมื่อพบว่าบุคคลที่ถูกร้องเรียนนั้นมีการกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และโดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้มีหน้าที่ต้องแจ้ง ป.ป.ช ถึงการทำผิดในกรณีนี้ การทำงานในส่วนนี้จึงไม่ซ้ำซ้อนกัน” น.ส.รสนา กล่าว

น.ส.รสนา กล่าวต่อไปว่า ในเมื่อตนส่งหนังสือร้องเรียนถึงท่านอธิบดีแล้วตั้งแต่วันที่22 ม.ค 2561 และเอกสารไปถึงกรมศุลกากรแล้วตั้งแต่วันที่23 ม.ค 2561 โดยในข้อร้องเรียนนั้นขอให้มีการตรวจสอบว่านาฬิกาทั้ง25เรือนอาจไม่มีการดำเนินการตามพิธีการทางศุลกากรและการเสียภาษีในการนำเข้าโดยถูกต้องตามกฎหมาย ท่านอธิบดีจึงต้องดำเนินการตรวจสอบโดยรวดเร็ว ให้สมกับเป็นข้าราชการในรัฐบาลคสช.ยุค4.0 หากท่านเพิกเฉยย่อมเป็นความผิดฐานไม่จัดเก็บภาษีให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา154 และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของป.ป.ช.ที่จะดำนินคดีตามกฎหมายกับท่านอธิบดีกรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“หากท่านอธิบดีกรมศุลกากรยังไม่ให้คำตอบว่าจะดำเนินการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรู 25 เรือนนี้หรือไม่ อย่างไร ภายในเวลาอันสมควรเพื่อไม่ให้มีการถ่วงเวลาให้เนิ่นช้า ดิฉันจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ของพลเมืองผู้เสียภาษี โดยจะใช้สิทธิไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)และผู้ว่าตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะแจ้งให้กรมศุลกากรดำเนินการตรวจสอบภาษีดังกล่าวต่อไป”