นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟสบุ๊คกล่าวถึงการที่ คสช.ยึดอำนาจมาจากนักการเมือง โดยประกาศชูธงการปฏิรูปและเร่งขจัดนักการเมืองและข้าราชการที่มีพฤติการณ์ทุจริตและคอรัปชั่นนั้น นับว่าถูกใจประชาชนมากที่สุด และขอเวลาในการทำงานเพียงไม่นานนั้น แต่ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ประชาชนให้เวลา คสช. ในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุวัตถุประสงค์ดังกล่าว คสช.กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความไว้เนื้อเชื่อใจของสาธารณชน ทั้งการไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิดตนเอง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ หน.คสช. ในทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะยืดระยะเวลาของการอยู่ในอำนาจออกไป ด้วยกลไกของเหล่าเรือแป๊ะที่ คสช.ตั้งเองมากับมือและสั่งการได้อยู่แล้วในแม่น้ำ 5 สาย จึงถือว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนได้หมดสิ้นศรัทธาที่เคยมีต่อ คสช. เสียแล้ว

นายศรีสุวรรณกว่าวต่อไปว่า กว่า 3 ปีที่ประชาชนยอมให้ คสช. ใช้อำนาจในการบริหารประเทศนั้น ถือว่าเพียงพอและมากเกินไปแล้ว ที่ประชาชนจะนิ่งดูดายปล่อยให้ คสช. ใช้ข้ออ้างนานาสารพัดในการสืบทอดอำนาจได้ ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนจะส่งสัญญาณให้ คสช. ได้ทบทวนตัวเอง และรีบลงจากอำนาจไปโดยเร็วที่สุด

“อย่าลืมนะครับว่าประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยโดยการชุมนุมใหญ่ขับไล่ทรราชย์นั้นมักจะซ้ำรอยอยู่เสมอ หากผู้มีอำนาจเหลิงในอำนาจ และไม่รักษาสัจจะวาจาที่มีต่อประชาชน…ขอได้โปรด “อย่าเสียสัตย์เพื่อชาติ…อีกเลย…” นายศรีสุวรรณ กล่าว