นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมโพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวว่า ไทยนิยม เป็นไทยนิยมของฉัน หรือ ไทยนิยมของเรา ฟังว่า รัฐบาลจะชี้แจงเรื่องไทยนิยมกับทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนทุกหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเราขัดแย้งกันเรื่องประชาธิปไตย จนทำร้ายกัน ฆ่ากัน เพื่อบอกว่าประชาธิปไตยของฉันถูก ของคุณผิด

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า คราวนี้ รัฐบาลส่งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เราก็คงจะได้ประชาธิปไตยมาอีกตำรับหนึ่ง เป็นตำรับ”ทหาร-ตำรวจ-ปกครอง” ประเทศไทยก็เป็นอย่างนี้แหละ ผู้มีอำนาจเขาจะเป็นคนกำหนดนิยามให้เอง แต่คราวนี้อาจจะแย่หน่อยตรงที่ผู้มาจากการยึดอำนาจเป็นคนให้คำนิยามเอง ก็คงจะเป็น”ประชาธิปไตยของฉัน “มิใช่ “ประชาธิปไตยของเรา”อีกเช่นเคย

“ผ่านไปทางบ้านผมเมื่อไหร่อย่าลืมส่งข่าวด้วย ผมจะไปฟังทหาร-ตำรวจ สอนประชาธิปไตยหน่อย” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

นายนิพิฏฐ์ ให้ความเห็นในอีกประเด็น เรื่อง การปะทะกันของกฎหมาย โดยกล่าวว่า ตนเคยกล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แล้ว ให้พึงระวังการใช้คำสั่งตามม.44 ของรัฐธรรมนูญปี2557 และให้พึงระวังการใช้อำนาจของคสช.ตามคำสั่งที่3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน การชุมนุมที่ม.ธรรมศาสตร์ ในกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ”  เมื่อวันที่ 20 มค.2561 คสช.ให้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ฐานขัดคำสั่งคสช.แต่ผู้จัดกิจกรรมขอความคุ้มครองต่อศาลปกครองกลาง และศาลมีคำสั่งคุ้มครองให้จัดกิจกรรมได้ ห้ามปิดกั้น ขัดขวาง การใช้เสรีภาพในการชุมนุมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย นับเป็นความก้าวหน้าของตุลาการศาลปกครองกลาง ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงนับเป็นการเริ่มต้นปะทะกันทางกฎหมาย ระหว่างมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)2557 และ การคุ้มครองเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 และถือเป็นการปะทะกันของคำสั่งคสช.ที่3/2558 กับ การใช้เสรีภาพตามม.34 และม.44 ของรัฐธรรมนูญปี2560 นับว่าน่าระทึกใจเป็นอย่างยิ่ง ใครก้าวหน้า ใครล้าหลัง