พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงประเด็นนาฬึกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวว่า คนถามว่าทำไมตนไม่ใส่นาฬึกา ตนจึงตอบเป็นเพราะว่า พลเอกประวิตร ยืมนาฬึกาไป ยังไม่คืนเลย แต่ตนนั้นใช้ไอโฟน ก็ใช้ได้ทุกอย่าง แต่จริงๆ ตนก็มีนาฬึกา แต่ก็ใช้ไอโฟนเพราะมีทุกอย่างแล้ว

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า คุณอย่าพูดว่าผมไม่เชื่อ คนทั้งประเทศทั้งโลกก็ไม่เชื่อ พลเอกประวิตรยืมอะไรกันนักหนา ยืมกี่ปี ต่อมาเมื่อถูกถามว่า บางคนบอกมาว่ายืมเพื่อนมาแต่เพื่อนตายไปแล้ว พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวตอบว่า ตายทั้ง 25 คนหรือเปล่า ทีหลังก็อย่าไปให้ยืมเลย เพราะเป็นภัยแก่ตัว คือเรื่องจริยธรรมมันไม่ถึงกับขั้นกฏหมาย กฏหมายมันต้องผิดชัดแจ้ง เหมือนเวลาพลเอกประวิตรให้สัมภาษณ์ ด่าประชาชน ‘ไอ้เหี้ย’ ‘ไอ้ห่า’ กับนักข่าวขี้หน้าด่า คุณจะเอายังไง แม้แต่พูดแบบนี้ก็ยังผิดแล้ว แล้วถ้าคุณไปโกงอะไรคุณทำผิดกฏหมาย มันยิ่งชัดเจนมันไม่ใช่แค่ผิดจริยธรรม อย่างเช่นเรื่องนาฬึกา ไม่ได้ผิดแค่จริยธรรมแต่มันผิดกฏหมายด้วย เพราะฉนั้นถึงได้มีข่าวหนาแน่นมาโดยตลอดว่าทหารมาปกครองบ้านเมือง การแต่งตั้งข้าราชการ โดยเฉพาะตำรวจ มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกันมาก เมื่อเปิดแล้วเงินทองก็ไหลมาเทมา คนเป็นรัฐมนตรีก็เงินเดือนแสนกว่าบาท ถ้าเป็น คสช. ด้วยก็ได้รับเงินเดือนอีก เป็นการเอาเปรียบประชาชนรับเงินสองทาง เพราะนี่มันก็ทำงานในเวลาเดียวกัน ของเดิมจะให้เอาตำแหน่งที่มีเงินเดือนสูงกว่าตำแหน่งเดียว แต่พอเป็นรัฐบาลนี้ก็เอาสองทางเลย ฉนั้นถึงรวมยังไงดำรงตำแหน่งมากี่ปีถึงจะมีนาฬึกา 40-50 ล้านบาท เดือนนึงมี 30 วัน นาฬึกา 25 เรือนก็เท่าจะเกือบทุกวัน แล้วในเพจดังโซเชียล ก็บอกว่ามีอีก หนึ่งปีคงใช้ไม่หมดด้วย

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ต้องหาพยานหลักฐานอะไรเลย ดูเรือนไหนไม่ได้รายงานทรัพย์สินบ้างก็ชี้มูลได้แล้ว จะมาบอกยังไม่รู้ ขอเป็นเรื่องความลับทางข้าราชการ ขอปิดข่าวก่อน อันนี้ใช้เวลาหนึ่งเดือนก็ชี้มูลได้แล้ว ในกรณีของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ หรือ ประธาน ป.ป.ช. เป็นใคร ตนบอกแล้วว่า พลตำรวจเอกวัชรพล เป็นลูกน้องของ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายของพลเอกประวิตร ช่วงก่อนจะปฏิวัติยึดอำนาจกลุ่มคนพวกนี้ก็รู้ก่อน

ก่อนหน้ายึดอำนาจ 4 วัน ตนไปงานแต่งงานของลูกสาวพลตํารวจเอกปานศิริ ประภาวัต อตีดรอง ผบ.ตร. ก็ได้เจอกับ พลตำรวจเอก พัชรวาท พลตำรวจเอกวัชรพล โดยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พลตำรวจเอก พัชรวาทก็มาพูดกับตนว่า “พี่ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวอีกสามวันรู้เรื่อง” จากกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวอ้างว่า พลตำรวจเอก พัชรวาท ใช้ให้ลูกน้องติดคุกแทน ซึ่งหลังจากนั้นสามวันก็เกิดการยึดอำนาจ ฉนั้นกลุ่มแก็งค์นี้ก็รู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับการยึดอำนาจ พร้อมกับการที่หนึ่งในตัวการยึดอำนาจคือพลเอกประวิตร ซึ่งก็เป็นพี่ชายพลตำรวจเอก พัชรวาท กล่าวโดย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เราไปหวังอะไรกับ ป.ป.ช. มันหวังไม่ได้แล้ว เรื่องแบบนี้ถ้าไปดูคำพิพากษาเมื่อเร็วนี้ๆ ศาลสั่งจำคุก คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกำหนดโทษจำคุกหกเดือน ในกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ แต่รอลงอาญาสองปี โดยเป็นการดำเนินคดีแค่กระทงเดียว แต่พลเอกประวิตรมีนาฬึกา 25 เรือน เท่ากับ 25 กระทง ตนจึงสงสัยว่ากรณีนี้จะติดคุกจริงหรือติดไม่จริงหรือจะรอ โดยตนคิดว่าเบื้องต้นรอด โดย ป.ป.ช. ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ต่อไปตนเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ไม่รอดแน่นอน ไม่ใช่อยากจะรื้อก็รื้อแต่เพราะมันผิดชัดๆ จะให้พวกนี้อยู่เหนือกฏหมายได้อย่างไร แต่จะขอยังไม่บอกว่า เมื่อถึงเวลานั้นตนจะทำอย่างไร

“มันหมดเวลาของรัฐบาลชุดนี้แล้ว ไม่มีใครเชื่อถือแล้ว ควรจะพ้นไปได้แล้ว คุณเห็นไหมว่าทำอะไรก็ผิดกฏหมายฝ่าฝืนกฏหมายหมด เอื้อแต่พวกตัวเอง แต่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอดก็คงรู้รัฐบาลชุดนี้ทำชั่วทำเลวอะไรไว้บ้าง มันสมควรแก่เวลาแล้ว ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของประชาชนว่า จะคิดบัญชีกับรัฐบาลชุดนี้ยังไง” พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กล่าว

บทสัมภาษณ์เต็ม