นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วัน จนถูกวิจารณ์ว่ามีใบสั่งซึ่งอาจทำให้โรดแม็ปเลื่อนไปจบช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธว่าไม่มีใบสั่งเป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องกฎหมายผมบังคับได้ไหมเล่าว่า การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าโรดแม็ปเลื่อนเป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับท่านนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะข้ออ้างเหตุผลของการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งส.ส.ออกไป 90 วัน คือเกรงว่าพรรคการเมืองจะปฎิบัติตามกฏหมายไม่ทันนั้นเกิดขึ้นจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคสช. ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าตามกฏหมายพรรคการเมืองถึง 2 ครั้งคือ

1. เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้วนายกรัฐมนตรีไม่ยอมปลดล็อคประกาศคสช. ที่เป็นคำสั่งของหัวหน้าคสช. ทำให้พรรคการเมืองทำตามกฏหมายไม่ได้

การที่พรรคการเมืองทำตามกฏหมายไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีเอาประกาศคสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมมาบังคับเอาไว้ เพราะฉะนั้นการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าบังคับกฎหมายไม่ได้จึงไม่เป็นความจริง

2. นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคสช. ประกาศคำสั่งที่ 53/2560 ซึ่งทำให้การทำตามกฏหมายพรรคการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดการเอื้อพรรคใหม่บอนไซพรรคเก่า มีการรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมของทุกพรรคทั้งหมดตรงนี้ เท่ากับนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจหัวหน้าคสช. มาบังคับกฎหมายพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่ต้องการ

จะเห็นได้ว่าการที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคสช. บังคับกฎหมายไม่ให้ปฏิบัติได้ และเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายตั้งแต่ต้นจนทำให้ สนช.นำไปเป็นข้ออ้างในการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งส.ส.ออกไป 90 วัน จึงเท่ากับนายกรัฐมนตรีเข้ามาแทรกแซงการบังคับใช้กฎหมาย

ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามกฏหมายตั้งแต่ต้นก็จะไม่มีข้ออ้างว่าพรรคการเมืองทำงานไม่ทันจนต้องขยายเวลาออกไป 90 วันแต่อย่างใด

นายองอาจ กล่าวต่อไปถึงกรณี ที่ประธาน สนช.อออกมาบอกว่าบางพรรคออกมาระบุว่าให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต เพราะอ้างว่าจะทำให้ไม่ทัน และการที่ สนช. ช่วยขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วันจะช่วยทำให้ไพรมารีโหวต และทำตามกฏหมายได้ทันนั้นว่าข้ออ้างของประธานสนช.เป็นคำกล่าวอ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตามกฏหมายเสียตั้งแต่แรกโดยไม่มีประกาศคำสั่งคสช. มาบีบบังคับไว้การทำไพรมารีโหวตก็สามารถทำได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ประธานสนช.ในฐานะหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายของคสช. ควรบอกให้หัวหน้าคสช. คลายล็อค เพื่อให้พรรคการเมืองทำตามกฏหมายเสียตั้งแต่แรก เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้จะได้ไม่ต้องหาเหตุผลข้างๆ คูๆ ที่ย้อนแย้งกันเองมาเป็นข้ออ้างจนทำให้นายกรัฐมนตรีกลายเป็นตัวตลกในสายตาของนานาชาติ และคนไทยส่วนหนึ่ง

ถ้าผู้มีอำนาจทุกฝ่ายทำทุกอย่างตรงไปตรงมาไม่มีวาระซ่อนเร้นก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ ตามมา แต่ถ้ามีวาระซ่อนเร้นก็จะเป็นปมปัญหาเพิ่มขึ้นไม่รู้จบ

ทางที่ดีบอกตรงๆ ดีกว่าว่าต้องการอะไร ถ้ามีเหตุผลที่ดีสมเหตุสมผลเชื่อว่าคนจะรับได้ แต่ถ้ายังอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ก็จะดูไม่จืดไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน