นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัวกล่าวถึงประเด็นที่ กลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ได้ทำการปราศรัยในหัวข้อ “แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช.” ที่บริเวณสกายวอล์คห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง สี่แยกปทุมวัน ภายใต้ชื่อเราว่า “ประชาชนยิ่งใหญ่เสมอ” โดยในข้อความระบุว่า ตนขอชื่นชมประชาชนที่ได้รวมตัวแสดงพลังที่สกายวอร์ค วีรกรรมดังกล่าวเป็นการยืนยันสิ่งที่ตนเชื่อมาตลอดว่า พลังของประชาชนยิ่งใหญ่เสมอ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะรวมตัวแสดงพลังเมื่อไรเท่านั้น ที่สำคัญตั้งแต่โลกใบนี้กำเนิดขึ้นมายังไม่เคยมีเผด็จการที่ไหนชนะประชาชน

นายวัฒนากล่าวต่อว่า คสช. อ้างเหตุความจำเป็น 4 ประการที่ต้องยึดอำนาจการปกครองประเทศ ได้แก่ (1) เพื่อให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบ (2) เพื่อสร้างความปรองดอง (3) เพื่อการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ และ (4) เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย ปรากฏตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 ท้ายบทความนี้

นับแต่ยึดอำนาจการปกครองของประชาชนมาเป็นของตัวเอง คสช. มิได้ทำตามที่ให้สัญญากับประชาชนไว้ ได้แก่ (1) รักษาความสงบโดยใช้อำนาจกดหัวประชาชนซึ่งไม่มีทางสงบจริง (2) ทำบ้านเมืองแตกแยกมากขึ้น (3) การปฏิรูปเป็นเพียงวาทกรรม และ (4) ทำลายหลักนิติธรรมใช้กฎหมายจัดการผู้เห็นต่าง สิ่งที่ประชาชนเห็นมาตลอดคือการเหลิงอำนาจและดูแคลนประชาชน รวมถึงการทำทุกทางเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการโดยไม่เห็นหัวประชาชน เอางบประมาณแผ่นดินหาเสียง ใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้าม ใช้เล่ห์เพทุบายเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ แถมยังปกป้องพรรคพวกตัวเองที่มีข้อกล่าวหาว่าทุจริต การเมืองไทยวันนี้จึงเหลือเพียงสองฝ่ายคือเผด็จการกับประชาชน

“สิ่งที่พยุงเผด็จการให้ยังชูคออยู่ในอำนาจได้ ทั้งที่ไม่เหลือศรัทธาแม้จากกลุ่มคนที่เคยเรียกให้ คสช. ออกมายึดอำนาจคือปืนและกองทัพที่มาจากภาษีของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติตลอดเวลาเกือบ 4 ปี บ่งบอกชัดแล้วว่า คสช. ทำเพื่อประชาชนหรือเป็นเพียงทหารเกษียณที่ยังอยากมีอำนาจ คำถามคือกองทัพจะเลือกข้างประชาชนหรือเลือกที่จะหนุนเผด็จการ คำตอบคงไม่ยากหากมีสำนึกว่าใครเป็นผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้กองทัพ” นายวัฒนากล่าว