นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ให้ความเห็นถึงประเด็นที่ พลเอกประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศอินเดีย กรณี สนช. ลงมติขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ว่า “เป็นเรื่องของ สนช. ที่ตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่ตนพร้อมที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และหลักการทุกประการตามขั้นตอนของกฎหมาย” โดยนายวัฒนา กล่าวว่าพลเอกประยุทธ์คงต้องการสื่อให้สหภาพยุโรปและสหรัฐที่ตนไปสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2561 เชื่อว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สนช. เพราะอยู่ต่างประเทศ คงคิดว่ามหาอำนาจมีระดับสติปัญญาเท่ากับตัวเองและคนที่สนับสนุนให้ตนออกมายึดอำนาจ

ตามข้อเท็จจริง กฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2560 หากพลเอกประยุทธ์เป็นคนตรงหรือเคารพกฎหมายจะต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 ซึ่งพ้นงานพระราชพิธีแล้ว แต่กลับถ่วงเวลาจนต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ขยายเวลาทำกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เริ่มจากวันที่ 1 เมษายน 2561 จากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศก็ออกมาทดสอบโดยให้สัมภาษณ์ว่าต่างชาติน่าจะรับได้กับการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ถูกสหภาพยุโรปและสหรัฐสวนเอาแบบไม่เกรงใจว่า การเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 2561 ตามที่สัญญาไว้ พลเอกประยุทธ์จึงต้องหาข้ออ้างแบบไร้เดียงสาว่าเป็นเรื่องของ สนช. ที่ตนก้าวล่วงไม่ได้

นายวัฒนา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ที่ผ่านมาผมเห็นแต่เผด็จการที่กล้าทำกล้ารับไม่โทษคนอื่น เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่พูดว่า “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” หรือแม้แต่พลเอกสุจินดา คราประยูร ที่เคยบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ยังกล้ารับว่า “ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ” แต่ยุคหลังผมกลับเห็นแต่เผด็จการกระจอกที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ โกหกได้แบบไม่อายปาก อยากมีอำนาจแต่ขี้ขลาดโยนให้คนอื่นรับแทน จะไล่ให้ไปนุ่งผ้าถุงก็เสียดายผ้าที่แม่ผมนุ่ง เพราะคนประเภทนี้แม้แต่ผ้าถุงก็ไม่คู่ควร โคตรกระจอกเลยครับ”

 

Watana