นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นที่ สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาประกาศต้องการเห็นประเทศไทยจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ว่า ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของ อียู และสหรัฐ ดังนั้น ประชาชนชาวไทยจึงไม่ยอมรับการเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องไม่ยอมรับคำขู่เข็ญบังคับใดๆ และต้องเตรียมหนทางปฏิบัติ ทุกประการ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของชาติ การจะเลือกตั้งเมื่อใดเป็นกิจการภายในของประเทศไทย เห็นหรือยังว่า การที่บางคนมีความคิดทาส ทำให้ประเทศไทยเสียดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้วเกิดผลอย่างไร เราเคยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ก็เพราะคนประเภทนี้แหละ

นายไพศาล กล่าวต่อถึงกรณีสถานการณ์การเมือง ว่าถ้าวันใดตนมีอำนาจ ตนจะขอนิรโทษกรรม ให้กับพี่น้องทั้งเหลืองทั้งแดง ที่ต้องคดี เกี่ยวกับการชุมนุม และความขัดแย้งทางการเมือง ยกเว้นคดีเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือโดยทุจริตหรือคดีเกี่ยวกับการโกงบ้านกินเมืองหรือฆ่าคน จะได้ปิดฉากความขัดแย้งภายในชาติเสียที มิฉะนั้นบ้านเมืองไปไม่รอด

นายไพศาลกล่าวต่อว่าถึงกรณีสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทยว่า ขอประนามนักธุรกิจขายชาติที่สมคบกับบริษัทต่างชาติ เข้ามาตัดตอนพ่อค้าไทยในการซื้อยางพาราทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้นักธุรกิจต่างชาติผูกขาดการซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรงทั่วประเทศ รัฐบาลต้องสนใจ และต้องช่วยกันป้องกันเรื่องนี้ เพราะถ้าหากพวกขายชาติทำการสำเร็จ สักวันหนึ่งเกษตรกรยางพาราทั่วประเทศ จะถูกเอาเปรียบและจะกลายเป็นทาสของนักธุรกิจต่างชาติกลุ่มนี้ หนทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและ เกษตรกรชาวสวนยางคือต้องรีบรณรงค์ส่งเสริมและระดมผู้ประกอบอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราทั่วโลกเข้ามาตั้งในประเทศไทย ต้องป้องกันขัดขวางไม่ให้นักธุรกิจชาติใดเข้ามาผูกขาดซื้อยางพาราโดยตรงเป็นอันขาดความพินาศฉิบหายจะบังเกิดอย่างแน่นอน