นางไพรวรรณ พลวัน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รองปลัด พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีชายวัย 40 ปี พาลูกสาววัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 และเพื่อนเด็กหญิงอีก 2 คน ถูกรุ่นพี่ผู้ชายชั้น ม.2 ล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการเปิดห้องพักและมีกลุ่มนักเรียนชายรออยู่ถึง 17 คน ภายหลังกลุ่มนักเรียนชายดังกล่าว ได้มีการส่งไลน์มาข่มขู่จะฆ่ายกครัว เพื่อให้ถอนแจ้งความ ที่ จังหวัดชุมพร นั้น ได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชุมพร เร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคมของครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็กและเยาวชน พร้อมเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กหญิงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นและสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด และให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามพรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
กรณีชายพิการขา วัย 40 ปี มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตระเวนขายลูกชิ้นทอด เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ทั้งยังต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชายวัยกำลังเรียนอีก 2 คน แต่เคราะห์ร้ายถูกโจรขโมยรถจักรยานยนต์ ทำให้ครอบครัวลำบากเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีรถใช้ประกอบอาชีพ ครอบครัวจึงขาดรายได้ที่จังหวัดชลบุรี นั้น ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและ One Home เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็กและคนพิการ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และอุปกรณ์ทางการศึกษา อีกทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือดูแลในเรื่องการศึกษาของเด็กทั้ง 2 คน อย่างต่อเนื่องในระยะยาว การให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการฝึกอาชีพและเงินกู้ยืมสำหรับประกอบอาชีพจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) เพื่อการประกอบอาชีพสร้างรายได้ที่เพียงพอและมั่นคงในระยะยาวต่อไป
 สำหรับการติดตามความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและประสบปัญหาทางสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. มีดังนี้ 1) กรณีเด็กหญิงชั้น ป.6 ถูกแม่แท้ๆใช้มีดฟันที่ขา จนต้องเย็บแผลกว่า 30 เข็ม ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทางทีม One Home จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเห็นควรให้เด็กหญิงเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจและอยู่ในการคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด อีกทั้งประเมินความพร้อมของครอบครัวและเครือญาติก่อนส่งกลับคืนสู่สังคม 2) กรณีชายวัย 20 ปี ป่วยเป็นโรคอ้วนน้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม อาศัยอยู่กับแม่และพี่สาว ครอบครัวมีฐานะยากจนที่จังหวัดพิษณุโลก ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก (พมจ.พิษณุโลก) และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและมอบเงินสงเคราะห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือดูแลในเรื่องการผ่าตัดกระเพาะอาหาร
และ 3) กรณีหญิงวัย 53 ปี ป่วยหลายโรครุมเร้า ต้องรับภาระเพียงลำพังดูแลลูกชายพิการวัย 30 ปี ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ที่ย่านทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทางศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน พร้อมมอบเงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อีกทั้งได้ดำเนินการต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการ ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับสิทธิตามกฎหมายตามความเหมาะสม และประสานอาสาสมัครช่วยเหลือคนพิการ (CM) ในพื้นที่ติดตามช่วยเหลือเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง