นายวิษณุ เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรีได้แถลง เกี่ยวกับความคืบหน้าของการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศไทยร่วมกับนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในกิจกรรม  “สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” โดยมีใจความสำคัญว่า เรื่องการปฏิรูปประเทศ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้านและ เพิ่มอีก 2 ด้าน รวมเป็น 13  ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้านกระบวนการยุติธรรม 5) ด้านเศรษฐกิจ 6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทท7) ด้านสาธารณสุขท8) ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ 9) ด้านสังคมท10) ด้านพลังงาน 11)ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ อีก 2 ด้าน คือ  ด้านการศึกษา และคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและการศึกษา ซึ่งขณะนี้ทั้ง 11 ด้าน ไม่นับด้านการศึกษาและด้านตำรวจ  ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และได้ส่งให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปย่อสรุปให้เป็นรูปเล่ม โดยจะใช้เล่มนี้เป็นแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน  ส่วนอีก 2 ด้านดังกล่าว เมื่อเขียนเสร็จแล้ว จะนำมาเพิ่มในแผนภายหลัง

สำหรับรายละเอียดของแผนปฏิรูปในแต่ละด้าน ยังคงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างแผนปฏิรูปแล้ว คาดว่าประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะมีการนำแผนฯ เสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติให้ความเห็นชอบ และช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายนประเทศไทยจะมีการนำแผนการปฏิรูปประเทศมาใช้  ซึ่งทุกส่วนราชการต้องปฏิบัติตาม

รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง คำว่า “ปฏิรูป” หรือ Reform ว่า จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นระบบมีเป้าหมายถึงจะเรียกว่า “ปฏิรูป”ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องมานานแล้ว เนื่องจากเกิดความไม่พึงพอใจในระบบที่มีอยู่  รวมทั้งเกิดจากการบีบคั้นทางภาวะเศรษฐกิจ กระแสโลกาภิวัตน์และแรงกดดันจากต่างประเทศ  โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการปฏิรูปคือ เพื่อให้สังคมและประเทศชาติดีขึ้น

แผนการปฏิรูปนั้น เมื่อมีการประกาศใช้แล้ว จะมีอายุ 5 ปี และสามารถแก้ไขได้  ไม่เหมือนยุทธศาสตร์ชาติที่แก้ได้แต่แก้ยาก  ส่วนคณะกรรมการฯ ยังคงมีหน้าที่ในการติดตามสอดส่องดูแลว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปหรือไม่ หากไม่ปฏิบัติตามแผนฯ  กรรมการปฏิรูปสามารถแจ้งให้หน่วยงานนั้น ๆ แก้ไขให้ถูกต้อง หากยังละเมิดไม่ปฏิบัติตาม คณะกรรมการปฏิรูปสามารถร้องเรียนไปที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้หน่วยงานเร่งรัดแก้ไขให้ถูกต้องตามแผนปฏิรูปในเรื่องนั้น ๆ   หากยังคงไม่ปฏิบัติตามอีกคณะรัฐมนตรีสามารถใช้มาตรการลงโทษ  ตามระเบียบวินัยข้าราชการ  และรัฐบาลต้องทำรายงานเสนอสภาฯ ทุก 3 เดือน ซึ่งสภาจะหามาตรการในการดำเนินการต่อไป

รองนายกรัฐมนตรี อธิบายถึงแนวทางการปฏิรูปว่า มีการปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ในปัจจุบัน และอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและประชาชนในด้านต่าง ๆ  อาทิ ด้านการปฏิรูประบบราชการ จะมีการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในระบบราชการเพื่อความทันสมัย ด้านกฎหมาย คณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้ทบทวนความจำเป็นของกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ คณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาความยากจน เพื่อยกระดับการทำงานแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ด้านพลังงาน คณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้มีการส่งเสริมการการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ ด้านสาธารณสุข คณะกรรมการปฏิรูปได้ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาพยาบาลในเบื้องต้นก่อนจะส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล โดยเสนอให้จัดตั้งแพทย์ครอบครัวทุกตำบล เพื่อทำหน้าที่ดูแล รักษาผู้ป่วยในเบื้องต้น พร้อมกับเป็นหน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่ไปหาผู้ป่วย แทนการให้ผู้ป่วยเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาล

พร้อมกล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวการประชาสัมพันธ์การปฏิรูปประเทศครั้งแรก และต่อต่อจากนั้นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน    จะมีการกำหนดวัน เวลา เพื่อแถลงฯ และประชาสัมพันธ์ถึงรายละเอียดของการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบในโอกาสต่อไป