นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่โฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.พูดถึงข้อเสนอแก้ไขมาตรา 2 ที่ให้ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน เพราะมีเหตุผลจริงๆ เป็นเรื่องการปฏิรูปการเมือง ให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรค สามารถกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบไพรมารีโหวต แต่พรรคการเมืองไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอะไร ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เราพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิรูปพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของประชาชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของประเทศไทยพรรคประชาธิปัตย์ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาพรรคปฎิรูปพรรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง เข้ามามีบทบาทบริหารพรรคในระดับต่างๆ รวมถึงการทำงานการเมืองในภาระหน้าที่ต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดอยู่มาได้ถึง 72 ปี เป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งของประเทศไทย

ดังนั้นการกล่าวหาว่าพรรคการเมืองไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอะไรจึงไม่เป็นความจริง ไม่ทราบว่าพรรคอื่นๆ อยากปฏิรูปหรือไม่ แต่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ส่วนการให้สมาชิกพรรคกำหนดตัวผู้สมัครอย่างแท้จริงตามหลักการไพรมารีโหวตนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ยินดีที่จะให้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคผ่านกระบวนการไพรมารีโหวตตามที่กฎหมายกำหนด การที่โฆษกกรรมาธิการฯอ้างว่าพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน เพราะไม่อยากปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอะไรจึงไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะนำมาเป็นข้ออ้างขยายเวลาแต่อย่างใด

สาเหตุสำคัญที่ผู้คนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน เพราะมองว่าเรื่องนี้มีวาระซ่อนเร้นไม่เป็นปกติ เพราะว่าถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติหลังจากกฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างแยบยลเหมือที่ทำอยู่ขณะนี้แต่อย่างใด