พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม อดีตหนึ่งในแกนนำ กปปส. เปิิิดเผยถึงประเด็นนาฬึกาหรูของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าตอนคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซุกหุ้นบริษัทในเครือ ทำไมยังมองว่าเป็นการซุกแบบสุจริต ทั้งๆที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่รู้ว่าพลเอกประวิตร อายุเยอะแล้วไม่รู้จะไปซุกซ่อนนาฬึกาไว้ตรงไหนอย่างไร แต่สังคมก็ไปไล่จ้องโจมตีเหมือนกับเป็นอาชญากร ส่วนตัวก็เลยมองว่า อีกกลุ่มที่ทำกรณีเลวร้ายเหมือนที่ฟ้อง กปปส. อีกกรณีที่ไปรุกโรงแรมไล่ล่าผู้นำจากต่างประเทศ จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ฟ้องเลย เลยสงสัยว่าทำไมสังคมไม่มองให้ครบรอบด้าน

ต่อมาพระพุทธะอิสระ ได้ถูกถามว่ากระแสตรวจสอบนาฬึกาพลเอกประวิตร เป็นเพราะว่าคนไม่ชอบใช่ไหม ซึ่งทางพระพุทธะอิสระก็ได้ตอบว่า ประมาณนั้น คำต่อมาพระพุทธะอิสระได้ถูกถามต่อว่า เรื่องยืมนาฬึกาเพื่อนใส่ เป็นคำชี้แจงที่สังคมควรรับฟังอย่างนั้นหรือเปล่า พระพุทธะอิสระเปิดเผยว่า เมื่อคุณทักษิณ ซุกหุ้นผู้คนยังรับฟังเลย แม้แต่ ป.ป.ช. หรือ ศาลยังให้อภัยเลย เราต้องมองกันให้ครบรอบด้าน อย่ามองให้แคบ ในกรณีพลเอกประวิตรถือว่าเป็นจริตส่วนตัว แต่กรณีคุณทักษิณ เป็นเรื่องเงินมหาศาล ที่กระทบกับคนมหาศาลในแผ่นดิน ส่วนตัวไม่เคยติดต่อกับพลประวิตร ตั้งแต่กลายเป็นกบฏ เพราะเราก็ไม่อยากให้เค้าเสื่อมเสีย เราก็มองว่าเค้าทำงาน รัฐบาล คสช. ก็ทำงานให้บ้านเมืองจนถึงวันนี้ แต่ทำไมคนจ้องแต่จะโจมตี ตาเล็กตาใหญ่หรือเปล่า ลำเอียงหรือเปล่า อคติหรือไม่ แต่ไม่มองคุณุูปการหรือประโยชน์ที่พระพุทธะอิสระทำให้แผ่นดิน ถ้าไม่มีพระพุทธะอิสระวันนี้เงินถอนวัดไม่รู้มันจะกินกันไปถึงไหน

เมื่อถูกถามว่าไม่ได้พูดช่วยพลเอกประวิตรใช่ไหม พระพุทธะอิสระกล่าวต่อว่าฉันถือว่ากรรมใครกรรมของมัน ฉันถือว่าจริตของพลเอกประวิตรก็เป็นอย่างนั้น ท่านชอบอย่างนั้นเหมือนคนแก่ชอบอะไรก็เหมือนเด็กๆ ชอบแบบนั้น อยากมีของเล่นของตัวเองบ้าง แต่ว่าของเล่นนั้นเผอิญไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน พลเอกประวิตร ก็ไม่ได้เป็นคนที่พูดอะไรชัดเจนอยู่เเล้ว พระพุทธะอิสระแนะต่อว่าวิธีคิดของพลเอกประวิตรว่าจะแพ้ คือถ้าฝากชีวิตไว้บนฟองน้ำลายที่กระดกบนปลายลิ้นสื่อและชาวบ้านเนี่ย แล้วเราไม่มั่นใจในคุณธรรมความดีของตนเองเนี่ย เราก็จะต้องแพ้ทางแล้วเราก็จะต้องยอมถอย แต่หากว่าพลเอกประวิตรมีเลือดของผู้ชายชาติทหารและนักสู้ เราบริสุทธิ์ใจแล้วเราไม่ได้ไปคดโกงใครมา เราอาจจะบกพร่องโดยสุจริต ก็มาสารภาพกับสังคมโดยตรงก็จบ เพราะพระพุทธะอิสระโดนด่ายังยืดหยัดมาได้ยังไม่สะทกสะท้าน เพราะเราเชื่อสิ่งที่เราทำมันความจริงอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะฉนั้นพลเอกประวิตรต้องทำตัวให้พิสูจน์ได้ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ต้องออกมารับสารภาพว่าที่จริงแล้วมันเป็นอย่างไรก็จบ

พระพุทธะอิสระกล่าวทิ้งท้ายว่า ก็ไม่รู้จริงๆ แต่ที่ทราบมาเบื้องต้น ตอนที่ไปมาหาสู่กัน ก็เห็นท่านเปลี่ยนนาฬึกาทุกครั้งมาตลอด เราก็รู้ว่าเค้ามีเพื่อนฝูงที่เป็นมหาเศรษฐีเรื่องพวกนี้เยอะแยมากมาย เราก็เข้าใจ แต่จริตเป็นความชอบส่วนตัว ไม่เกิดผลกระทบอะไรต่อบ้านเมือง ไม่มีผลกระทบอะไรต่อบุคคลรอบข้างหรือแผ่นดิน แต่คนก็จ้องจับผิด มาตราฐานของสังคมพยายามจะมองว่า คสช. ต้องเริดหรู ต้องดีเลิศ ต้องเป็นชั้นเทพอะไรประมาณนั้น แล้วก็จะเอามาตราฐานนั้นมาจับกับทุกคน ซึ่งสังคมก็ไม่มองโลกตามความเป็นจริงว่าคนก็ยังมีกิเลส พลเอกประวิตรก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีกิเลส โดยจะสะสมอะไรไม่สะสมอะไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร แต่ถ้าถามว่าสิ่งที่ชอบแล้วมันกระทบกับ ความมั่นคง บ้านเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ประเทศชาติ อันนั้นเป็นความชอบที่น่ารังเกียจ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อธิบายถูกแล้วว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านเมือง

'พุทธอิสระ' แนะสังคมกรณีนาฬิกาหรู มองให้ครบรอบด้าน

'พุทธะอิสระ' แนะสังคมกรณีนาฬิกาหรู 'บิ๊กป้อม' มองให้ครบรอบด้าน อย่ามองแค่ด้านเดียว เปรียบเทียบ 'ทักษิณ' เป็นตัวอย่างชมเต็มๆ >> https://youtu.be/jaKtJqcpbes#ข่าวจริง #สปริงนิวส์

โพสต์โดย SpringNews เมื่อ วันพุธที่ 24 มกราคม 2018

เครดิตวีดีโอ: สปริงนิวส์