นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่กรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปรับแก้ร่างของ กรธ. ให้สามารถจัดแสดงมหรสพและงานรื่นเริง เพื่อใช้ประกอบการหาเสียงได้ว่า รู้สึกแปลกใจมากๆ ว่าทำไมแนวคิดมันย้อนกลับมาแบบนี้ ตอนทำรัฐธรรมนูญ ก็มีความพยายามที่จะบอกว่าต่อไปนี้การเลือกตั้ง ทำอย่างไรให้ผู้เลือกตั้งได้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการแข่งขัน เรื่องนโยบาย ที่รัดกุม ทำให้การตัดสินใจในการเลือกตั้ง ไม่ถูกชักจูงไปโดยวิธีการที่ไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นก็จะพยายามไปเข้มงวดเรื่องว่า พรรคการเมืองจะเสนอนโยบาย จะต้องมีการบอกว่าจะมีแหล่งที่มา และงบประมาณ แต่ในขณะหนึ่งเคยมีแนวคิดพยายามที่จะไม่ให้ปราศรัยกันด้วย เพราะกลัวจะเกิดความวุ่นวาย

“เรื่องมหรสพเป็น 1 ในเรื่องที่มีการห้ามกันมานานแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการจูงใจคนไป โดยที่ไม่น่าจะเหมาะสม และอาจจะกลายเป็นช่องทางของการซื้อเสียงรูปแบบหนึ่ง หรือจูงใจในทางที่ไม่เหมาะสมในรูปแบบหนึ่ง เพราะว่าการซื้อเสียงก็คือการทำอะไรก็ได้ ที่เอามาตอบแทนกับการที่จะไปลงคะแนน แต่ว่าจู่ๆ ก็บอกว่า เรื่องนี้ซึ่งห้ามกันมานานแล้ว ไม่เป็นไรแล้วต่อไปนี้จะให้ทำได้ การทำแบบนี้ก็จะเกิดปัญหาที่ตามมาอีกเยอะ เพราะว่า 1 ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นธรรมในการเลือกตั้งก็คือเรื่องค่าใช้จ่าย” นายอภิสิทธิ์กล่าว 

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่เห็นเหตุผลที่จะทำย้อนกลับไปอย่างนี้ แล้วก็มีเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่นทำอย่างไรผู้เลือกตั้งจะได้ข้อมูลที่ไม่มี Fake News หรือข้อมูลเท็จ ข้อมูลข่าวปดทั้งหลายทำอย่างไรเราจะส่งเสริมให้สื่อต่างๆ นำเสนอการเปรียบเทียบในเชิงนโยบาย หรือการวิเคราะห์ที่เที่ยงตรง โดยมีความเป็นอิสระเพื่อกระตุ้นให้คนสนใจว่าการเลือกตั้งมีความสำคัญอย่างไร นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังมองว่า การที่ กกต. จัดเวทีให้หาเสียง แต่ไม่มีใครไปนั้นเป็นเพราะ กกต. ไม่สามารถทำเป็นอื่นได้ และมัดตัวเองโดยรูปแบบวิธีการซึ่งไม่น่าสนใจ แต่ถ้าให้เสรีภาพกับสื่อมวลชนในการที่จะนำเสนอรายการและข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เหมือนกับอารยประเทศ สังคมจะถูกดึงให้สนใจได้โดยปริยาย ส่วนความไม่น่าสนใจในอดีตที่ผ่านมา เกิดจากการที่สื่อค่อนข้างเกร็งในเรื่องที่ว่านำเสนอไปแล้วจะมีปัญหาหรือไม่จึงนำเสนอเรื่องอื่น ผลักภาระไป อะไรที่เป็นทางการ หรือเป็นแบบราชการ มันยากที่จะดึงความสนใจเข้าไป