ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ในโครงการ ติดปีกเติมฝัน “ทำดีให้คน (มอง) เห็น” ชวนทุกคนร่วมกันมอบแสงสว่างให้ผู้ป่วยโรคตา คุณทำได้ นายประภาส ทองสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเข้าร่วมสนับสนุนการหาทุนก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว โรงพยาบาลตาแห่งแรกของประเทศไทย ที่ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นถึงปัญหาของจำนวนผู้ป่วยภาวะตาบอดที่ต้องทนทุกข์ในโลกอันมืดมิดมากกว่า 100,000 ราย ทั้งที่โรคเหล่านี้แก้ไขหรือชะลอไม่ให้เกิดภาวะตาบอดได้ หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา เป็นที่มาของการก่อสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วและภาคประชาชน

“ธนาคารยืนหยัดจัดกิจกรรมสนับสนุนโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือ การจัดกิจกรรมเชิญชวนพนักงานธนาคารร่วมบริจาคเงิน ณ สำนักงานใหญ่อีกครั้ง โดยมีเงินที่จะร่วมบริจาคในครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน 566,838.25 บาท พร้อมกับพาพนักงานเดินทางไปโรงพยาบาลบ้านแพ้วเพื่อสัมผัสประสบการณ์และเข้าใจผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในโลกมืดให้มากขึ้น โดยหวังจะให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อและตระหนักว่าพวกเราทุกคนต่างมีแสงสว่างในตัวเอง และมอบแสงสว่างให้ผู้อื่นได้ ทุกคนทำได้” นายประภาสกล่าว

ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้จัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างโรงพยาบาล ได้จัดทำภาพยนตร์เรื่อง “เพิ่มโอกาส” เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง facebook ตู้ ATM จอ LCD ที่สาขาของธนาคารเพื่อเชิญชวนบุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง รวมถึงการเชิญชวนกลุ่มลูกค้า Prefered บริจาคเงินผ่านการร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในงาน CIMB Thai Triathlon

นายแพทย์พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เล่าว่าเคยเจอคุณยายท่านหนึ่งตอนไปออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกที่จังหวัดกำแพงเพชรเมื่อหลายปีก่อน ยาย อายุ 70 กว่าๆ ต้องมีคนจูงมาตรวจเนื่องจากมองไม่เห็นทั้ง 2 ข้าง ที่จำได้แม่นเพราะญาติบอกว่า ยายต้องกินข้าวกับน้ำตามานาน 10 ปี ตอนแรกเข้าใจว่าฟังผิด แต่ญาติบอกว่า เวลากินข้าวร้องไห้ตลอดเนื่องจากมองไม่เห็น ญาติต้องจับมือยายให้ใช้ช้อนเคาะจานข้าวตัวเองแล้วไปเคาะจานกับข้าวเพื่อให้กะระยะได้ “ยายทรมานมองไม่เห็นต้องกินข้าวกับน้ำตามานานร่วม 10 ปี ผมได้ทำการผ่าตัดต้อกระจกให้กับยายไป รุ่งเช้าตรวจหลังผ่านตัด ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมประทับใจมาก จากยายที่ต้องมีคนจูง วันนี้ยายมองเห็นและเดินเข้ามาสวัสดีผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและผมที่หวีจนเรียบแปล้ บอกถึงว่าวันนี้ยายน่าจะมีความสุขมากวันหนึ่ง และวันนี้จะเป็นวันแรกที่ยายไม่ต้องกินข้าวกับน้ำตาอีกต่อไป”
ปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่มีภาวะตาบอดต้องทนทุกข์อยู่ในโลกมืดมิดมากกว่า 100,000 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากโรคต้อกระจก โรคต้อหิน และโรคจอประสาทตา ทั้งๆที่โรคต่างๆ เหล่านี้จะสามารถช่วยเหลือแก้ไขหรือชะลอไม่ให้เกิดภาวะตาบอดได้ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา เนื่องด้วยปัจจุบันโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เป็นศูนย์รับส่งต่อโรคทางจักษุในเขตบริการสุขภาพที่ ๕ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนทางตาตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรีถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รับส่งต่อการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (Cornea Transpants) ร่วมกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ตลอดจนได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการดำเนินโครงการผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ให้แก่ผู้ยากไร้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารตลอดระยะเวลามากกว่า 16 ปี จากความเชี่ยวชาญดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ป่วยเดินทางมารับบริการที่ศูนย์จักษุโรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นจำนวนมากเฉลี่ยถึง 500 รายต่อวัน รวมถึงความซับซ้อนของโรคที่ต้องใช้เวลานานในการวินิจฉัยและตรวจรักษา แม้ทางศูนย์จะมีจักษุแพทย์เฉพาะทางถึง 16 คน แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ที่มีห้องตรวจเพียง 7 ห้อง และห้องผ่าตัดเพียง 2 ห้อง ทำให้ผู้ป่วยต้องรอคอยการรักษาที่ยาวนานและแออัด ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็วและสามารถช่วยชะลอหรือแก้ไขไม่ให้เกิดภาวะตาบอดได้อย่างทันท่วงที ในปี 2558 ทางมูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วและภาคประชาชนจึงมีดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วขึ้น ด้วยเงินบริจาคของประชาชนโดยมิได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด โดยจะเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ที่สามารถรองรับการให้บริการผู้ป่วยได้ไม่ต่ำกว่า 600 รายต่อวัน มีห้องตรวจ 23 ห้อง ห้องผ่าตัดที่ทันสมัย 9 ห้อง ศูนย์เลเซอร์และศูนย์เครื่องมือพิเศษที่ทันสมัย และที่สำคัญจะมีศูนย์วิจัยเพื่อช่วยเหลือคนตาบอดภายในอาคารนี้ด้วย ซึ่งต้องใช้งบประมาณก่อสร้างอาคารประมาณ 400 ล้านบาท และกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 เบื้องต้นโรงพยาบาลสมารถระดมทุนรับบริจาคสามารถระดมทุนรับบริจาคได้ 280 ล้านบาท จึงได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์และตอกเสาเข็มขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 โดยยังขาดงบประมาณอีกถึง 120ล้านบาท ส่งผลให้ก่อสร้างได้เพียงโครงคอนกรีตขนาด 9 ชั้น และไม่สามรถดำเนินการต่อได้มาเป็นระยะเวลา 2 ปี ปัจจุบันมีปริมาณผู้ป่วยโรคซับซ้อนทางตาเข้ามารับการรักษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดความแออัดอย่างมาก จึงจำเป็นต้องเร่งระดมทุนรับบริจาคเพื่อนำรายได้ไปใช้ในการจัดสร้างอาคารให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย