นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) กล่าวถึง ความสำเร็จของ KMA ในปี 2561 ที่. ผ่านมาว่า KMA เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มอยู่ที่ 2.5 ล้านรายและยอดธุรกรรมสูงถึง 1,000 ล้านรายใน 1 ปี หรือเพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยสถิติยอดธุรกรรมสูงถึง 7,000 รายการต่อนาที คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมรวมกว่า 500,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา 5 ประเภทธุรกรรมคือ การเช็คยอด การโอนเงิน ดูรายการเดินบัญชี จ่ายบิล และการเติมเงิน ส่วนฟีเจอร์ใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2561 นั้น ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าผู้ใช้งาน การกดเงินไม่ใช้บัตร (Krungsri Cardless) มียอดธุกรรมราว 3 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท บริการชำระเงินผ่าน QR Code มีมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท Krungri GIFT มีลูกค้าเข้ามาแลกรับ GIFT กว่า 400,000 ครั้ง และในส่วนของ Digital Lending มีผู้สมัครขอใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล Krungri iFIN ราว 30,000 ใบสมัคร และการสมัครบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ราว 3,000 ใบสมัครภายใน 1 เดือนรวมถึงบริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่ง มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ Krungri Smart Advisor ราว 80,000 ครั้ง มียอดการซื้อกองทุนผ่าน KMA ราว 13,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ KMA ในปีที่ผ่านมาและในปี 2562 นี้ กรุงศรีจะพัฒนาแพลตฟรอร์ม KMA อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ NDID และ e-KYC ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

นอกจากนี้ ในส่วนของการบริการ (Services) ลูกค้าก็จะได้รับความสะดวกมากขึ้นรวมถึงการสมัครบริการบัตรต่างๆรวมถึงผู้ที่ชื่นชอบในการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ก็จะสามารถซื้อสินค้าและชำระเงินผ่าน Facebook Pay และชำระเงินผ่าน QR Code ด้วยบัตร VISA หรือ MASTERCARD รวมถึงการใช้ QR Code เพื่อชำระสินค้าในต่างประเทศ ในการจะพัฒนา KMA ให้ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโลกการเงินในอนาคตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม API Open Banking, AI และ Big Data & Intelligence ในปีนี้กรุงศรีจะใช้เงินลงทุนในการพัฒนาแพลตฟอร์ม KMA นี้กว่า 800 ล้านบาท และฟีเจอร์ที่สำคัญนี้จะเกิดขึ้นในส่วนของ Acquisition คือ การเปิดบัญชีออมทรัพย์ เปิดบัญชีกองทุน และเปิดบัญชีหุ้น ผ่าน KMA ซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อมๆกับการสมัครและการยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID และ e-KYC ขณะที่ในส่วนของการสมัครสินเชื่อยานยนต์และสินเชื่อบ้านผ่าน KMA จะทยอยเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี เป็นต้นไปและตามมาด้วยการซื้อประกันอุบัติเหตุ การเดินทาง และสุขภาพ ผ่าน KMA ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2562 KMA จะขับเคลื่อนโดยใช้ 3 แกนหลัก คือ 1).การขยายฐานลูกค้า (Acquisition) ทำให้การสมัครใช้งานทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเป็นเรื่องง่าย 2).การบริการ (Services) ทำให้ทุกๆธุรกรรม ครบ และจบในที่เดียว 3).การตลาด (Markeing) เป็นแพลตฟอร์มการตลาด ในส่วนของการพัฒนา KMA ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยส่งเสริมการตลาด ด้วยการเป็น e-Marketplace หรือ แพลตฟอร์มที่สามารถซื้อ-ขายสินค้าและบริการต่างๆได้ จะเปิดให้พันธมิตรเพิ่มยอดขายด้วยการใช้พื้นที่ KMA e- Marketplace ในการเข้าถึงลูกค้าด้วยโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ขณะที่ลูกค้าผู้ใช้งาน KMA จะได้รับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดเมื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆรวมทั้งการชำระค่าสินค้าผ่าน KMA ซึ่งกรุงศรีเชื่อว่า KMA e-Marketplace จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและธนาคาร