น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงเทพมหานคร เขียนบทความ “ป.ป.ช.แกล้งมือตกสอบนาฬิกาหรู ใช่หรือไม่ !?” เผยแพร่บนบทความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “รสนา โตสิตระกูล” ตั้งข้อสังเกตมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ยุติเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ว่าเป็นการทำงานอย่างไม่เป็นมืออาชีพใช่หรือไม่ เพราะในอดีตก็เคยมีกรณีคล้ายกันแต่ ป.ป.ช.กลับชี้มูลและส่งฟ้องต่อศาลมาแล้ว ดังนี้

การที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยอ้างว่านาฬิกาทั้งหมดที่ พล.อ.ประวิตร ใส่เป็นการยืมเพื่อนคือนายปัฐวาสนั้น แล้วปิดคดีไปดื้อๆ แสดงการมือตกของ ป.ป.ช.ซึ่งไม่ใช่การตรวจสอบแบบมืออาชีพ ใช่หรือไม่ ป.ป.ช.แถลงว่า จากการตรวจสอบการสำแดงราคานาฬิกา ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายปัทวาส สุขศรีวงศ์ มีนาฬิกาเป็นจำนวนมาก ได้ให้เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนยืมนาฬิกาไปใส่เป็นประจำ มีนาฬิกาที่ตรวจสอบ 22 เรือน พบหลักฐาน 21 เรือน และพบว่าเป็นผู้ซื้อในต่างประเทศ 1 เรือน ซื้อต่อ 1 เรือน ที่เหลือไม่พบหลักฐาน โดยทางกรมศุลกากรไม่สามารถตรวจพบได้

ข้อมูลที่ตรวจสอบแสดงว่านาฬิกา 21 เรือน นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่ได้มีการเสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งต้องยึดนาฬิกาทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดินเฉกเช่นเดียวกับที่กรมศุลกากรจับและยึดคนนำเข้านาฬิกาหรูโดยหลบเลี่ยงการเสียภาษี ป.ป.ช.จะทำหรือไม่? ข้ออ้างว่าพลเอกประวิตรยืมนาฬิกาเพื่อนใส่เป็นประจำ จนกระทั่งเพื่อนตายแล้วเมื่อต้นปี แต่ปลายปีแล้ว พล.อ.ประวิตร ก็ยังใส่นาฬิกานั้นอยู่ ป.ป.ช.วินิจฉัยกรณีนี้ไว้อย่างไร

นอกจากนี้ ป.ป.ช.มีการคำนวณผลประโยชน์ที่ พล.อ.ประวิตร ได้รับจากการยืมนาฬิกาว่ามีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ตามข้อห้ามของกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่? และ ป.ป.ช.ได้นำประเด็นนี้มาตรวจสอบด้วยหรือไม่ ? กรณีที่ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม (อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม) อ้างว่ายืมรถคนอื่นมาใช้ โดยที่ทะเบียนรถก็เป็นชื่อของคนอื่นจริงๆ แต่ ป.ป.ช.ก็ยังไม่เชื่อ และทำสำนวนส่งฟ้องศาลฯ แต่เหตุใดกรณีนี้จึงเชื่อง่ายๆ ว่า นาฬิกาที่พลเอกประวิตรใส่ เป็นการยืมเพื่อน ทั้งที่นาฬิกาดังกล่าวไม่มีเอกสารยืนยันว่าเป็นของใคร

การผ่านพิธีกรรมตรวจสอบแล้วปิดคดีดื้อๆ ไปแบบนี้ จะถือได้หรือไม่ว่าเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ เพราะเข้าใจผิดว่าอำนาจเป็นของตน จะใช้อย่างไรก็ได้ ใช่หรือไม่? การใช้อำนาจต้องมีเหตุผลรองรับที่วิญญูชนรับฟังได้ ดังนั้น ป.ป.ช.ควรมีการเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนตนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 8 ท่าน ระหว่างเสียงข้างมาก 5ท่านที่ให้ยกคำร้องว่าไม่มีมูล และเสียงข้างน้อย 3 ท่านว่าให้มีการหาข้อมูลเพิ่มนั้น กรรมการทั้ง 8 ท่านให้เหตุผลไว้อย่างไรบ้าง?

คดีนี้เป็นคดีอื้อฉาวที่สังคมให้ความสนใจอย่างสูง การตัดสินคดีที่ขัดสายตาประชาชนผู้เสียภาษีทั้งประเทศเช่นนี้ ย่อมนำความเสื่อมมาสู่องค์กรตรวจสอบคอร์รัปชันระดับชาติอย่าง ป.ป.ช.ใช่หรือไม่?