นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า สถานการณ์หลังเลือกตั้ง

1.พรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงเกิน 250 หรือกลุ่มพันธมิตรก๊กใดก๊กหนึ่งได้เสียงเกิน 250 ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาได้

2.ประธานรัฐสภามาจากขั้วหรือก๊กการเมืองใด ขั้วหรือก๊กการเมืองนั้นมีโอกาสโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่จะสามารถตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้

3.ในกรณีพรรคประชารัฐและพันธมิตร ได้เสียงรวมกัน ไม่ถึงครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร แม้สามารถ โหวตเลือกนายกได้แต่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลบริหารได้

ในประการนี้บรรดา สว. ย่อมเข้าใจและย่อมต้องพิจารณาใคร่ครวญ ว่าการโหวตให้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเป็นประโยชน์หรือเป็นวิกฤตของชาติ การตัดสินใจกันตรงนั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ

ถ้าไม่มีก๊กใด ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร มีความเป็นไปได้ว่า ทุกพรรคทุกฝ่ายจะกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพึ่งพระบารมีขอรับพระราชทานรัฐบาล  ซึ่งจะเป็นสัญญาณหมายของการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง และจะเป็นสัญญาณหมายว่าความแตกแยกขัดแย้งในประเทศจะถึงคราวยุติเพื่อรุดหน้าสู่ยุคศิวิไลซ์ต่อไป อนาคตของประเทศชาติและลูกไทยหลานไทยอยู่ที่การตัดสินใจ ของพวกเราทุกคนในอีกราว 60 กว่าวันข้างหน้านี้! อย่ารุ่มร่ามจนเกิดอุบัติเหตุ ก่อนเลือกตั้งก็แล้วกัน

นอกจากนี้ นายไพศาล ยังโพสต์ข้อความก่อนหน้านี้ด้วยว่า ดาวมฤตยู เป็นวิญญาณธาตุ  ไม่มีเรือนครอง แต่มีพลังปกแผ่อยู่ในทุกแห่งหน ทั้งบนพิภพใต้พิภพ อากาศและอวกาศ มีความหมายถึงผู้มีอำนาจปกครองสูงสุด ทั้งระดับของเทพและมนุษย์

สำหรับโลกมนุษย์ ผู้มีอำนาจสูงสุดคือพระเจ้าแผ่นดิน ดาวมฤตยู ในราศีเมษ หากหมายถึงรัฐบาล ก็หมายถึงรัฐบาลพระราชทาน ไม่หมายถึงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่หมอดูบางจำพวกระบุตัวตนบุคคล เป็นรัฐบาล จึงไปไกลออกจากหลักวิชาการมาก ขณะนี้ องศาของดาวมฤตยู ที่โคจรอยู่ในกรอบแรก ของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ กำลังจะได้ที่องศาแล้ว

นายไพศาล พืชมงคล