ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 43/2561 โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง องค์กรอิสระ จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่

1.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

2.ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

3.ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

4.ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ

5.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

ทั้งนี้ สาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการปรับขึ้น เงินเดือนศาล องค์กรอิสระเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยจะมีผลย้อนหลังไปถึงพ.ศ.2557 เว้นแต่กรณีของกรรมการสิทธิมุนษยชนแห่งชาติที่จะมีผลย้อนไปตั้งแต่ พ.ศ.2548 โดยรัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 450 ล้านบาท สำหรับบัญชีอัตราเงินเดือนและประจำตำแหน่งมีดังนี้

1.ข้าราชการตุลาการ ประธานศาลฎีกา เงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท

2.ตุลาการศาลปกครอง ประธานศาลปกครองสูงสุด เงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท

3.ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท

4.ข้าราชการอัยการ อัยการสูงสุด เงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท

5.องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท และ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์อิสระ เงินเดือน 80,540 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท

ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข่าวที่แพร่สะพัดตลอดสัปดาห์ว่าเอาอีกแล้ว สนช.กำลังจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ในขณะที่เศรษฐกิจ ภาวะบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ซึ่งเราปรับเพื่อความเป็นธรรม และการไม่ปรับครั้งนี้ ไม่เหมือนกับทุกครั้ง ที่เคยปรับกันใหม่ทั้งแผง สูตรวันนี้ คือ

1.เอาเงินเพิ่มไปรวมกับเงินเดือน ตั้งเป็นเงินเดือนใหม่

2.ในบางตำแหน่งที่เงินข้าราชการพลเรือนเขาปรับนำไปแล้ว

ต้องปรับให้ยึดโยงจริง ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของเมื่อปี 2557 ตามที่ข้าราชการอื่นๆ อาทิ ครู ทหาร ตำรวจ มีการปรับนำไปก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ครั้งที่สนช.เข้ามาใหม่ๆ มีการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการ แต่ตอนนั้นรัฐบาลมีเงินคงคลังเพียง 16,800 ล้านบาท ฝนจึงตกกระจายไม่ทั่วฟ้า

“เราจึงปรับเพื่อความเป็นธรรม ตามกำลังงบประมาณของรัฐบาล โดยดูเหตุการณ์บ้านเมือง ความรู้สึกนึกคิดของคนมาประกอบกันด้วย วันนี้กฎหมายทั้ง 5 ฉบับที่เสนอมีตัวเลขการย้อนหลัง2 พวก คือ 1 ธันวาคม 2557 และ 1 ตุลาคม 2548 ซึ่งพวกย้อนไปปี 2548 คือกสม.ที่ตกขบวนการปรับขึ้นเงินเดือนมาตลอดก็ต้องชดเชยไป ผ่านการพิจารณามาหลายรัฐบาลตกขบวนหลายครั้งรถไฟออกขบวนไปครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ กสม.ก็ไม่ได้ขึ้นขบวนไปกับเขาสักที” นายวิษณุ กล่าว