วันที่ 25 ธ.ค. 2560  ณ อาคารศรีวชิรโชติ  มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกิน (21 พื้นที่) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัด

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า วันนี้การมาลงพื้นที่พร้อมคณะรัฐมนตรีต้องการที่จะมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกด้วยตนเอง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน  ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปเยี่ยมชมวิสาหกิจฯ บ้านวังส้มซ่า ที่มีการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบกลไกของประชารัฐ ที่มีการต่อยอดเรื่องการแปรรูปของผลิตภัณฑ์ในชุมชนเดิม

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในลุ่มน้ำหลักของภาค ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซากอยู่เป็นประจำทุกปีว่า  การบริหารจัดการน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำได้  ตลอดจนต้องมีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้หลักวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในการสำรวจ จัดทำข้อมูล วิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ ฟื้นฟู ตลอดจนการปรับปรุงแหล่งน้ำ โครงสร้างน้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ รวมทั้งต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ไปสู่การปลูกพืชในระบบเกษตร โดยนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานคำว่า “พอเพียงกับคุณธรรม” เพื่อให้ประชาชนนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง และแนวทางในการดำเนินงาน จะได้ไม่เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ ที่สำคัญประชาชนต้องมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างแท้จริง จะได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า หากในอนาคตข้างหน้า เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและมีการจัดระบบการเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็จะมีรายได้และมีการลงทุนมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องกู้ยืมเงินจำนวนมาก ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในส่วนของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค ซึ่งรัฐบาลกำลังปรับงบประมาณกลุ่มจังหวัด การค้าการลงทุนต้องให้มีความเชื่อมโยงทุกจังหวัดและไปสู่ภูมิภาค แต่ต้องมีการบูรณาการร่วมกัน

ขณะนี้ การเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม วิถีเชิงชุมชน และเชิงอัตตลักษณ์ มีชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จึงต้องสร้างชุมชนการผลิตให้ได้ โดยเฉพาะการเพาะปลูกด้านการเกษตรที่มีต้นทุนต่ำ ซึ่งท้องถิ่นและประชาชนต้องร่วมมือกันด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นภาคเหนือ (Working Lunch) ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม