พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในวันศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2561 ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทย โดยมีตอนหนึ่งกล่าวว่า ตนอยากเรียนให้ทราบว่า เราเริ่มจะได้เห็นสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจของประเทศ จากตัวเลขที่ออกมาล่าสุด ใน 3 เดือนแรกของปี 2561 นี้ ประเทศไทยเติบโตจากช่วงเดียวกัน หรือ 3 เดือนแรกของปีก่อนถึงร้อยละ 4.8 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ดีที่สุดใน 20 ไตรมาสที่ผ่านมา ถ้าดูจากฝั่งการใช้จ่าย ปริมาณการส่งออกสินค้าขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5 เนื่องมาจากประเทศคู่ค้าที่มีรายได้และกำลังซื้อมากขึ้น  ส่วนการใช้จ่ายในประเทศ การบริโภคก็ขยายตัวได้ดี ที่ร้อยละ 3.6 การลงทุนของภาคเอกชนก็ยังขยายตัวดีต่อเนื่องเช่นกัน ไตรมาสนี้ มีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 3.1

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การใช้จ่ายของเอกชนที่เติบโตได้ดีขึ้นนี้ แสดงว่าเอกชนมีความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องส่วนหนึ่งจากความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่รัฐได้เร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของประเทศ อีกทั้งมาตรการสนับสนุนการลงทุนของ BOI ใน 3 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวนโครงการที่ขอรับการสนับสนุน 366 โครงการ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 โดยมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 60,000 ล้านบาท เมื่อไตรมาสแรกของปี 2560 เป็น 200,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความสนใจที่จะลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และอยู่ในพื้นที่ EEC มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วในไตรมาส 1 ปีนี้ 259 โครงการ การลงทุนในส่วนนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือGDP ดีขึ้น ณ วันนี้เท่านั้น แต่เมื่อแล้วเสร็จ ดำเนินการได้ ก็จะผลิดอกออกผลให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาวด้วย โดยคำนวณได้ว่าในโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้วนั้น จะสามารถสร้างงานให้คนไทย 15,000 ตำแหน่ง จะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศ 51,508 ล้านบาทต่อปี และจะสร้างรายได้จากการส่งออกให้ประเทศไทยได้ถึง 70,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะกลายไปเป็นรายได้ให้พี่น้องประชาชน ตลอดห่วงโซคุณค่า ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ได้ในที่สุด ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อม เพียงแต่ต้องแสวงโอกาส การมีส่วนร่วม ในวงจรเศรษฐกิจนี้ เราต้องปรับตัว ต้องพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศด้วย

“หากดูการเติบโตในฝั่งการผลิต สาขาโรงแรมและภัตตาคารขยายตัวถึงร้อยละ 12.8 ในไตรมาสแรกนี้ ก็เป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้สูงเช่นกัน คือร้อยละ 15.4 นอกจากนี้การขนส่งและการค้าก็ขยายตัวได้ที่ประมาณร้อยละ 7  ในส่วนภาคเกษตร ผลผลิตเกษตรขยายตัวดี แต่ราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น ทำให้รายได้ของพี่น้องเกษตรกรยังไม่ได้ดีขึ้นตามภาพรวมของเศรษฐกิจเท่าที่ควร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลรับทราบปัญหาว่า ประโยชน์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เราคุยกันว่าดีขึ้นต่อเนื่องนั้น แต่ก็ยังไม่กระจายลงไปในพื้นที่ชุมชน และยังไม่ไปถึงพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร หลายคนก็พูด อาจจะบ่นว่าเศรษฐกิจดีขึ้นจึงหรือ ทำไมรายได้ยังไม่เพิ่มขึ้น ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลและ คสช. ไม่ได้นิ่งดูดาย เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้อย่างยั่งยืน

“ผมขอเรียนว่าปัญหาการกระจายรายได้ไม่ทั่วถึงนี้ มีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ที่เห็นชัดเจนก็คือหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าเกษตรก็ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรหรือการหาทางในการเพิ่มมูลค่าในสินค้าต่างๆ อาจจะยังไม่ทันการณ์ รวมถึงเราอาจจะยังไม่ได้ปรับตัวรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างเต็มที่ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว